บทความ - ริดสีดวง

บทความที่น่าสนใจ

ของสมุนไพร "ชัยพฤกษา"

2 สัปดาห์ ที่แล้ว ริดสีดวงทวารหนัก รักษาให้หายเองได้ที่บ้าน
ริดสีดวงทวารหนัก รักษาให้หายเองได้ที่บ้าน

ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะเคยเป็นโรค ริดสีดวงทวารหนัก หรืออาจจะมีคนรู้จักที่เคยเป็นโรคนี้อยู่บ้าง จากสถิติของโรงพยาบาลพญาไทยพบว่ากว่า 70% ของคนไทย เคยเป็นโรคริดสีดวงมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยจะพบในกลุ่มผู้สูงอายุได้มากกว่าคนหนุ่มสาว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเจ้าโรคร้ายตัวนี้ สามารถรักษาให้หายเองได้ที่บ้าน ประเภทของ ริดสีดวงทวารหนัก ริดสีดวงทวารหนักสามารถแบ่งได้ 2 ชนิด คือ 1. ริดสีดวงทวารหนัก แบบภายนอก : เป็นริดสีดวงที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ มีอาการไม่ร้ายแรง แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยริดสีดวงทวารหนักชนิดนี้จะเกิดขึ้นบริเวณใต้ผิวหนังรอบทวารหนัก มีลักษณะเป็นก้อนแข็งๆนูนออกมา ทำให้รู้สึกปวดเวลาที่เราอุจจาระหรือเวลานั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน 2. ริดสีดวงทวารหนัก แบบภายใน : ริดสีดวงประเภทนี้จะเกิดขึ้นภายในทวารหนักของเรา ไม่สามารถพบเห็นได้ด้วยต้เปล่า ซึ่งในบางครั้งอาจไม่ก่อนให้เกิดความเจ็บปวด แต่จะรู้สึกปวดเวลาที่เราขับถ่าย ซึ่งถ้าปล่อยไว้และไม่รักษาอาจทำให้อาการหนักขึ้น ริดสีดวงบวม โป่งพอง จนแตกออก อาการของ ริดสีดวงทวารหนัก อาการของ ริดสีดวงทวารหนัก นั้นจะทำให้เกิดติ่งหรือก้อนแข็งๆบริเวณทวารหนักของเรา อาจมีอาการปวดหรือคันในบริเวณที่มีติ่งริดสีดวงเกิดขึ้นมา หากปล่อยไว้สักพักโดยไม่รักษาจะทำให้ก้อนริดสีดวงใหญ่ขึ้นจนแตกออก ซึ่งทำให้เกิดอาการขับถ่ายเป็นเลือด และนำไปสู้การขาดเลือด โลหิตจาง จนหน้ามืด วิงเวียนศรีษะ เราสามารถตรวจหาริดสีดวงด้วยตัวเองได้ โดยการตรวจเช็คร่างกายตัวเองเวลาที่เราขับถ่าย หากคุณรู้สึกว่ามีก้อนอะไรอยู่บริเวณทวารหนักของคุณ ให้คุณสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นโรคริดสีดวงและรีบทำการพบแพทย์เพื่อไปตรวจเช็คให้แน่ใจ การรักษา ริดสีดวงทวารหนัก ด้วยตัวเอง ถ้าหากคุณรู้ว่าตัวเองเป็นโรคริดสีดวงได้เร็ว โรคนี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่อันตรายร้ายแรง จะสามารถรักษาได้ด้วยตัวเองที่บ้านผ่านการดูแลร่างกายให้ดีและกินยาควบคู่ไปด้วย การดูแลร่างกายตัวเองเมื่อเป็นโรค ริดสีดวงทวารหนัก : คุณควรกินอาหารที่มีกากใยสูงเป็นหลัก หรือจะเป็นโยเกิร์ตเพื่อช่วยในการขับถ่ายก็ได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องกินน้ำในแต่ละวันให้เยอะๆ และบรรเทาอาการได้ด้วยการแช่น้ำอุ่น รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ไม่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน, ออกกำลังกายแบบเบาๆเมื่ออาการเริ่มหายดีขึ้น การกินยาเพื่อรักษา ริดสีดวงทวารหนัก : โรคริดสีดวงเป็นโรคที่อยู่คู่กับประเทศไทยมานานแล้ว และในอดีตเราเองก็มีวิธีการใช้สมุนไพรเพื่อมารักษามากมาย แต่ในยุคปัจจุบันคุณสามารถหายารักษาริดสีดวงที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรต่างๆ เช่น อัคคีทวาร, ขลู่, เพชรสังฆาต มาใช้งานได้เอง หากคุณมีอาการ ริดสีดวงทวารหนัก แต่ไม่กล้าไปพบแพทย์ อย่าปล่อยให้อาการของคุณหนักจนต้องผ่าตัด อย่างน้อยที่สุดก็ควรกินยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงควบคู่กับการดูแลร่างกายตัวเองอย่างเคร่งครัด ถ้าหากใครที่กำลังมองหายาสำหรับการรักษาริดสีดวงทวารอยู่หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับโรคนี้สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาหาเราได้ตามลิงค์โซเชียลด้านล่างบทความนี้เลยครับ

1 เดือน ที่แล้ว ยาแก้ริดสีดวง จากสมุนไพร รักษาได้ ปลอดภัยหายห่วง
ยาแก้ริดสีดวง จากสมุนไพร รักษาได้ ปลอดภัยหายห่วง

ยาแก้ริดสีดวง จากสมุนไพร เป็นภูมิปัญญาจากแพทย์แผนไทยโบราณที่ได้รับการสืบทอดมานานจากคนรุ่นก่อน และได้ถูกทำให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าสามารถรักษาริดสีดวงได้จริงและปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ ยาแก้ริดสีดวง ปลอดภัยไหม ยาแก้ริดสีดวงของเราจะใช้เป็นสมุนไพรทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ปลอดภัย ไร้สารเคมีและสารตกค้าง ไม่มีผลข้างเคียง โดยจะทำจากสมุนไพรต่างๆที่มีฤทธิ์แก้ริดสีดวงโดยตรงที่ผ่านการวิจัยมาแล้ว ได้รับมาตรฐาน GMP และ อย. รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เคยใช้งานแล้วการันตีได้เลยว่าปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงอย่างแน่นอน ยาแก้ริดสีดวง รักษาริดสีดวง ได้อย่างไร ยาแก้ริดสีดวง ด้วยสมุนไพรของเราใช้แต่สมุนไพรที่คัดมาแล้วว่าสามารถรักษาริดสีดวงได้จริง ซึ่งประกอบไปด้วย 1.เพชรสังฆาต สมุนไพรไทยที่ได้รับการรับรองว่าสามารถรักษาได้หลากหลายโรคและได้รับการวิจัยจากอเมริกาว่าสามารถรักษาโรคริดสีดวงได้เป็นอย่างดี 2.อัคคีทวาร สุดยอดสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาริดสีดวงเนื่องจากช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและยังช่วยในการบีบตัวของลำไส้ 3.ขลู่ ช่วยขับปัสสาวะ ลดไข้และช่วยปรับสมดุลในร่างกายได้เป็นอย่างดี 4.โกศน้ำเต้า ช่วยในการขับลม ล้างลำไส้ ลดไข้และบรรเทาอาการปวดริดสีดวงได้เป็นอย่างดี 5.พริกไทย สมุนไทยที่เราพบเห็บได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่ช่วยรักษาริดสีดวงได้เป็นอย่างดีจากการวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกมากมายที่เราใช้เพื่อช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการของริดสีดวงให้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น ข่าหด, ว่านหางจระเข้, ผักไผ่(ผักแผว), ขมิ้นชัน, มะขามป้อม และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้แน่ใจว่าสามารถรักษาหรือบรรเทา แก้อาการริดสีดวงของคุณให้หายขาด ไม่กลับมาเป็นซ้ำได้อย่างแน่นอน ยาแก้ริดสีดวง ใช้ระยะเวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล ในเบื้องต้นระยะเวลาอาจจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ที่เป็นโรคริดสีดวง หากคนที่เพิ่งเป็นในระยะแรกอาจจะใช้เวลาเพียง 3-5 วันเท่านั้นก็จะมีอาการที่ดีขึ้น แต่ในคนที่มีอาการมากหรืออาจจะไปถึงขั้น 3 และ 4 แล้วอาจจะต้องใช้การกินยาต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้สำหรับคนที่มีอาการมากแล้วควรพบเภสัชกรหรือแพทย์เพื่อปรึกษาและให้คำแนะนำควบคู่ไปด้วย เป็นยังไงกันบ้างครับกับการใช้สมุนไพรเป็น ยาแก้ริดสีดวง หวังว่าทุกท่านได้อ่านแล้วคงจะวางใจและสบายใจมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่มีปัญหาหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือสามารถทักเรามาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 083-111-3030 หรือช่องทางติดต่อที่ Facebook และ Line ได้เลยครับ

2 เดือน ที่แล้ว เป็น ริดสีดวง ควรกินอะไรบ้างให้หายเร็วขึ้น
เป็น ริดสีดวง ควรกินอะไรบ้างให้หายเร็วขึ้น

ริดสีดวง หรือ โรคริดสีดวง เป็นโรคที่คงไม่มีใครอยากให้เป็นในชีวิต แต่รู้หรือไม่ครับว่ามีผู้คนจำนวนมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์นั้นเคยเป็นริดสีดวงอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยมักจะพบมากในช่วงอายุ 45-65 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถพบได้ในคนอายุน้อยเช่นเดียวกัน เจ้าริดสีดวงนี้ นอกจากจะเป็นโรคที่สร้างความรำคาญและความไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก ยังทำให้เกิดความอายจนหลายๆคนไม่กล้าไปพบแพทย์ วันนี้ผมจึงอยากมานำเสนอการดูแลรักษาตัวเองในระหว่างที่เป็นริดสีดวงนั้นควรจะกินอะไรบ้างให้ร่างกายสมบูรณ์ที่สุด สิ่งที่ควรกินเมื่อเป็น ริดสีดวง 1. น้ำเปล่า น้ำเปล่าเป็นสิ่งที่ควรดื่มเป็นอย่างมากสำหรับคนเป็นโรคริดสีดวง อย่างน้อยที่สุดควรดื่มให้ได้วันละ 8-10 แก้วต่อวัน เจ้าน้ำเปล่านี้นอกจากจะช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำแล้ว ก็จะช่วยให้อุจจาระนิ่มลงทำให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 2. ผัก-ผลไม้ ผัก - ผลไม้ นอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามินที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังมีกากใยที่ช่วยในการขับถ่ายของเรานั้นดียิ่งขึ้นและทำให้อุจจาระไม่แข็งตัว โดยควรเน้นไปที่ผักหรือผลไม้ที่มีกากใยสูงหรือช่วยในการขับถ่าย เช่น มะละกอ ที่มีไฟเบอร์สูงและมีเอนไซม์ Papain ที่ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหาร 3.พืชตระกูลถั่ว พืชตระกูลถั่ว ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง เป็นสิ่งที่ช่วยให้เพิ่มไฟเบอร์และใยอาหารให้แก่ร่างกาย ไม่แพ้ผักผลไม้เลย โดยมีใยอาหารมากถึง 1 ใน 3 ของที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ช่วยทำให้ร่างกายขับถ่ายง่ายขึ้น 4. ธัญพืชที่ยังไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง, ข้าวบาร์เล่ย์, โฮลวีท เนื่องจากจะมีใยอาหารจำนวนมากจากรำข้าวหรือจมูกข้าว ที่ช่วยให้ร่างกายของเราขับถ่ายง่ายมากยิ่งขึ้น 5. โยเกิร์ต โยเกิร์ตมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัสที่เป็นแบคทีเรียดี ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้นอย่างมาก ทำให้เราขับถ่ายบ่อยขึ้นและสะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นยังไงกันบ้างครับกับอาหารที่ควรกินเมื่อเป็น ริดสีดวง สำหรับใครที่อยากรู้ว่า เป็นริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง หรือ เป็นริดสีดวงต้องออกกำลังกายยังไง และบทความดีๆเกี่ยวกับโรคริดสีดวงที่คอยอัพเดทอยู่อย่างสม่ำเสมอสามารถเข้ามาดูที่เว็บไซต์ของเราได้เลยครับ สำหรับท่านใดที่กำลังเป็นริดสีดวงอยู่แล้วอายคุณหมอหรืออยากรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง (ใช่ครับโรคริดสีดวงในระยะแรกๆสามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง) สามารถปรึกษากับทางเราได้เลยครับ ด้วยสมุนไพรรักษาริดสีดวง ชัยพฤกษา ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ช่วยในการรักษาริดสีดวงทั้งสิ้น ได้รับมาตรฐาน อย. จึงทานได้ ปลอดภัย หายห่วง ไม่กลับมาเป็นซ้ำ หายจากโรคริดสีดวงได้เลยครับ

3 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวง กินยาอะไรดี รู้ก่อนจะสายไป
ริดสีดวง กินยาอะไรดี รู้ก่อนจะสายไป

หลายคนอาจจะเคยเป็นโรคริดสีดวงมาก่อนแต่ไม่กล้าไปหาหมอกันใช่ไหมละครับ เนื่องจากในกรณีของริดสีดวงทวารอาจทำให้เกิดอาการเขินอายและไม่กล้าไปรักษาในบางคนได้ แต่รู้หรือไม่ครับ เจ้าโรคริดสีดวงนี้สามารถรักษาให้หายเองได้โดยไม่ต้องพึ่งแพทย์ และใช้เพียงการกินยาอย่างเดียวเท่านั้น แต่หากเป็น ริดสีดวงจะกินยาอะไรดีละ วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกันครับ ทำความรู้จักกับโรค ริดสีดวง ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoid) เป็นโรคชนิดหนึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อถูกดันออกมาจนเกิดเป็นติ่งเนื้อยื่นออกมาในบริเวณทวารหนัก แบ่งได้เป็นสองประเภท คือ 1.ริดสีดวงภายใน 2.ริดสีดวงภายนอก ซึ่งจะมีลักษณะและอาการแตกต่างกันออกไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ อาการของโรคริดสีดวง อาการของโรคริดสีดวงนั้น แบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก : ริดสีดวงนั้นยังอยู่ในรูทวารหนัก และไม่ได้ยื่นออกมาอาจมีอาการหน่วงๆอยู่ในบริเวณทวารหนักได้ แต่การบรรเทาอาการนี้สามารถทำได้โดยการแช่ในน้ำอุ่นและใช้ยาเหน็บ หรือกินยาสมุนไพรเพื่อรักษาริดสีดวงต่างๆ ระยะสอง : ริดสีดวงระยะนี้นั้น มีขนาดใหญ่ขึ้น เวลาอุจจาระอาจจะมีการโผล่อยู่บ้าง และยังมีอาการคันๆและเจ็บๆปนกันอยู่ ระยะนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บมากขึ้น และ บางคนอาจจะถึงขั้นกินยาเพื่อบรรเทาและรักษาอาการเจ็บป่วย ระยะสาม : ระยะนี้จะมีขนาดใหญ่ ทำให้รู้สึกรำคาญและเจ็บเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลานั่ง โดยในระยะนี้การรักษาโดยการใช้ยาเหน็บหรือการทาน ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง อาจยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องใช้การผ่าตัดเข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้หายขาด และในระยะนี้ผู้ป่วยอาจมีการเสียเลือดมาก จึงควรกินยาบำรุงเลือดหรือยาบำรุงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาริดสีดวง ระยะที่สี่ : ระยะนี้ริดสีดวงของคุณขั้นนี้จะมีขนาดใหญ่มาก และยังมีอาการแสบและอักเสบ อีกทั้งยังมีเลือกกับน้ำเมือกไหลออกมาจากรูทวารของคุณ รวมไปถึงไม่สามารถควบคุมการอุจาระได้ อาการในขั้นนี้นั้นรุนแรงมากและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น มะเร็งลำไส้, มีอาการติดเชื้อที่แผล ดังนั้นคุณควรจะรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อทำการผ่าตัด หลังจากนั้นจึงกลับมาดูแลรักษาแผลพร้อมรับประทานยาควบคู่ไปด้วย แล้วริดสีดวงกินยาอะไรดีละ ถึงจะหาย .ในระยะที่ 1 และ 2 ของโรคริดสีดวงสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง จากการกินยาสมุนไพรหรือใช้ยาเหน็บและแช่ในน้ำอุ่น ส่วนในระยะที่ 3 และ 4 จำเป็นต้องให้แพทย์เข้ามาช่วยในการรักษา โดยหากมีอาการหนักอาจจะต้องผ่าตัดกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรปล่อยให้โรคริดสีดวงอยู่กับเรานานจนมีอาการหนักขึ้น แต่ควรรีบกินยาไว้เสียแต่เนิ่นๆก่อนที่อาการจะหนักไปมากกว่านี้ ซึ่งถ้าถามว่าการเป็น ริดสีดวง กินยาอะไรดีนั้น เราก็ขอแนะนำ “ยาสมุนไพร ชัยพฤกษา” ที่มีสมุนไพรช่วยในการรักษาอาการของโรคริดสีดวงโดยเฉพาะ ทั้งยังปลอดภัยได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองโดย อย. และได้รับมาตรฐานการผลิตจาก GMP ปลอดภัย ไร้สารเคมี ไม่มีผลข้างเคียง หากคุณสนใจสามารถติดต่อหาเราได้เลยในตอนนี้ที่เบอร์ 083-111-3030

5 เดือน ที่แล้ว 6 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ ริดสีดวง
6 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ ริดสีดวง

ริดสีดวง เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความรำคาญในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงมีคนไม่มากนักที่กล้าบอกเรื่องนี้กับคนอื่นหรือยอมไปหาหมอเพื่อตรวจดูอาการจนทำให้อาการทรุดลง วันนี้เราจึงมาบอกเล่าเรื่องราวที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับเจ้าริดสีดวงตัวร้ายนี้กันครับ 1.การเป็นริดสีดวง เป็นเรื่องปกติ ริดสีดวงทวาร นั้นสามารถเป็นกันได้ทุกคนไม่เว้นแม้แต่คุณที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ โดยจากสถิติพบว่าคนที่มีอายุ 50 อย่างน้อย 50 ครึ่งหนึ่งจะเคยเป็นริดสีดวงมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต 2.ริดสีดวง สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ แม้ริดสีดวงจะพบได้บ่อยในช่วงอายุ 45 ถึง 65 ปี เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้นก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณทวารหนักอ่อนแอลงเสี่ยงต่อการเป็นริดสีดวงมากขึ้น แต่ก็สามารถพบได้ในคนที่อายุน้อยเช่นกัน โดยสาเหตุหลักที่พบได้ คือแรงดันที่ทวารหนักเพิ่มขึ้นจากอาการท้องผูกหรือท้องร่วง หรือมีการกดทับหน้าท้องระหว่างตั้งครรภ์ซึ่งทำให้เส้นเลือดบวมอาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้ 3.ริดสีดวง มีหลายประเภท ริดสีดวง สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ “ริดสีดวงภายนอก” และ “ริดสีดวงภายใน” ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภทย่อยๆได้อีกเล็กน้อยและในแต่ละแบบก็จะมีวิธีการดูแลรักษาที่ต่างกันออกไป โดยคุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 4.อาหารที่คุณกิน มีผลต่อริดสีดวง อาการท้องผูกเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สุดที่ก่อให้เกิดริดสีดวง การกินอาหารที่มีเส้นใยสูงหรือการกินน้ำให้เพียงพอต่อวันจะช่วยลดอาการท้องผูกและลดโอกาสในการเกิดริดสีดวงได้ 5.คนที่เป็น ริดสีดวง ก็สามารถออกกำลังกายได้ แม้อาการของริดสีดวงจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความรำคาญ แต่คุณก็ยังสามารถออกกำลังกายได้ โดยอาจจะต้องมีข้อยกเว้นสักเล็กน้อย เช่น การยกของหนักในบางท่าซึ่งส่งผลต่อลำไส้หรือบริเวณกล้ามเนื้อเชิงกราน หากคุณสนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ 6.การรักษาริดสีดวง ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ริดสีดวงสามารถหายได้เองหากคุณรู้ตัวเร็วและดูแลรักษาอย่างดี มีคนที่เป็นริดสีดวงเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดจึงจะหาย คุณสามารถหายจากอาการทรมานของโรคนี้ได้ด้วยการใช้ยาเหน็บ หรือการกินยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงเข้าร่วมด้วย ก็จะช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงได้เป็นอย่างมาก สำหรับใครที่กำลังได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคริดสีดวง คุณสามารถทักมาเพื่อปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลการรักษาเกี่ยวกับริดสีดวงต่างๆหรือทักเข้ามาหาเราเพื่อให้เราช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยของคุณได้เลยครับ

5 เดือน ที่แล้ว กลไลการเกิด “ริดสีดวงทวาร” พร้อมวิธีรักษาให้หายขาด
กลไลการเกิด “ริดสีดวงทวาร” พร้อมวิธีรักษาให้หายขาด

ทวารหนัก เป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายของเราที่ใช้ในการปล่อยของเสียหลังจากที่ร่างกายของเราได้ย่อยและดูดซึมสารอาหารที่กินเข้าไปแล้ว ซึ่งภายในจะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อที่คอยผลักดันของเสียออกมา โดยกล้ามเนื้อบริเวณภายในทวารหนักจะถูกเรียกว่า “เบาะรอง” (Cusion) การเกิดของโรคริดสีดวงทวาร โรคริดสีดวงทวารเกิดจากการที่กล้ามเนื้อชุดนี้ถูกดันออกมาจากตำแหน่งเดิมแต่ยังอยู่ภายในทวารหนัก เราจะเรียกอาการแบบนี้ว่า“ริดสีดวงภายใน” (Internal Hemorrhoid)ซึ่งทำให้เกิดความเจ็บปวดและความรำคาญในเวลาที่เราถ่ายหนัก แต่หากกล้ามเนื้อเหล่านี้ถูกดันออกมานอกบริเวณปากทวารหนักจนยื่นออกมานอกร่างกาย เราจะเรียกอาการแบบนี้ว่า“ริดสีดวงภายนอก” (External Hemorrhoid)ซึ่งทำให้เกิดการเจ็บปวดเป็นอย่างมากรวมไปถึงเสียงต่อการเกิดริดสีดวงทวารแตกและติดเชื้อในเวลาต่อมาได้ สาเหตุของการเกิดโรคริดสีดวงทวารยังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อกันว่ามีความเกี่ยวข้องกับแรงดันภายที่เพิ่มขึ้นของเส้นเลือดภายในทวารหนักจนทำให้เส้นเลือดนูนหรือบวมออกมา โดยอาจเกิดจากการที่เราเบ่งอุจจาระแรงเกินไป, นั่งอุจจาระเป็นเวลานาน, โรงอุจจาระร่วง และอาการท้องผูกเรื้อรัง อาการของโรคริดสีดวงทวาร อาการของริดสีดวงทวารนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ระยะแรก : ในระยะนี้ริดสีดวงสามารถจะหายเองได้โดยไม่มีการผ่านตัด ซึ่งริดสีดวงนั้นยังอยู่ในรูทวารหนัก และไม่ได้ยื่นออกมา แต่การบรรเทาอาการนี้สามารถทำได้โดยการแช่ในน้ำอุ่นและใช้ยาเหน็บ หรือกินยาสมุนไพรเพื่อรักษาริดสีดวงต่างๆ ระยะสอง : ริดสีดวงระยะนี้นั้น มีขนาดใหญ่ขึ้น เวลาอุจจาระอาจจะมีการโผล่ยุบ้าง และยังมีอาการคันๆและเจ็บๆปนกันอยู่ ระยะนี้ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บมากขึ้น และ บางคนอาจจะถึงขั้นกินยา ระยะสาม : ระยะนี้จะมีขนาดใหญ่ ทำให้รู้สึกรำคาญและเจ็บเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลานั่ง โดยในระยะนี้การรักษาโดยการใช้ยาเหน็บหรือการทาน ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง อาจยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องใช้การผ่าตัดเข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้หายขาด และในระยะนี้ผู้ป่วยอาจมีการเสียเลือดมาก จึงควรกินยาบำรุงเลือดหรือยาบำรุงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาริดสีดวง ระยะที่สี่ : ระยะนี้ริดสีดวงของคุณขั้นนี้จะมีขนาดใหญ่มาก และยังมีอาการแสบและอักเสบ อีกทั้งยังมีเลือกกับน้ำเมือกไหลออกมาจากรูทวารของคุณ รวมไปถึงไม่สามารถควบคุมการอุจาระได้ อาการในขั้นนี้นั้นรุนแรงมากและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น มะเร็งลำไส้, มีอาการติดเชื้อที่แผล ดังนั้นคุณควรจะรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อทำการผ่าตัด หลังจากนั้นจึงกลับมาดูแลรักษาแผลพร้อมรับประทานยาควบคู่ไปด้วย โดยสรุปแล้วในระยะที่ 1 และ 2 จะถือเป็น ริดสีดวงภายใน ที่สามารรักษาได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้การผ่าตัดเข้าช่วย เพียงใช้ยาเหน็บหรือการกินยาเพื่อช่วยในการรักษาเท่านั้น แต่ถ้าหากปล่อยเลยไปจนเข้าสู่ระยะที่ 3 และ 4 จะถือว่าเป็น ริดสีดวงภายนอก ซึ่งอันตรายเป็นอย่างมากและควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการรักษาโดยเร็วที่สุด เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับบทความนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆที่กำลังเป็นโรคริดสีดวงทวารอยู่ไม่มากก็น้อยนะครับ ส่วนใครที่กำลังมองหายาสำหรับการรักษาริดสีดวงทวารอยู่หรือต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับโรคนี้สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาหาเรา ได้ที่นี่เลยครับ

6 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงภายใน คืออะไร ต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง
ริดสีดวงภายใน คืออะไร ต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง

ริดสีดวงภายใน คือ โรคริดสีดวงประเภทหนึ่งซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและความรำคาญในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยส่วนมากแล้วริดสีดวงสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้ 1. ริดสีดวงภายใน ริดสีดวงประเภทนี้จะเกิดขึ้นด้านในของทวารหนัก อาจจะมีอาการเจ็บปวด รวมไปถึงอาการคันและระคายเคืองในบริเวณที่มีริดสีดวงอยู่บ้างเล็กน้อย ยกเว้นในบางรายที่อาจจะมีติ่งเนื้อย้อยมาจากรูทวารหนัก ในกรณีนี้จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและความไม่สบายตัวมากกว่าแบบปกติอยู่บ้าง 2. ริดสีดวงภายนอก ริดสีดวงประเภทนี้เป็นประเภทที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกัน โดยสาเหตุมักเกิดจากการท้องผูก อุจจาระแข็ง หรือนั่งเป็นเวลานาน ริดสีดวงภายนอกจะมีอาการเจ็บปวดและอาการระคายเคืองมากกว่า ริดสีดวงภายใน เป้นอย่างมาก และในบางรายอาจจะถึงขั้นมีเลือดออกตอนถ่ายท้อง วิธีดูแลตัวแองเมื่อเป็น ริดสีดวงภายใน แม้ ริดสีดวงภายใน อาจจะก่อให้เกิดความรำคาญและความไม่สะดวกสบายอยู่บ้าง แต่ก็เป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ด้วยตัวเอง โดยอาจะใช้การทานยาหรือสมุนไพรรักษาริดสีดวง เพื่อช่วยให้ร่างกายหายเร็วขึ้นก็ได้ โดยส่วนมากริดสีดวงประเภทนี้อาจจะไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด แต่ก็จำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ โดยการดูแลตัวเองเมื่อเป็น ริดสีดวงภายใน สามารถทำได้ดังนี้ 1. อาบน้ำอุ่น หรือ แช่น้ำอุ่น วิธีนี้เป็นวิธีรักษาโรคริดสีดวงที่ทำได้ง่ายมากและได้ผลดีเยี่ยม แถมยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลงอีกด้วย เนื่องจากการใช้น้ำอุ่นจะช่วยทำให้เลือดมีการไหลเวียนที่ดีขึ้น ทำให้เลือดที่กระจุกอยู่บริเวญติ่งกระจายออกไป จนกระทั่งยุบลงไปเอง 2. ทานผักผลไม้อยู่เป็นประจำและดื่มน้ำให้มาก การกินอาหารหรือผลไม้ที่มีกากใยสูงและดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยให้ระบบการขับถ่ายของเราดีขึ้น และยังช่วยชำระสิ่งสกปรกต่างๆที่ค้างอยู่ในลำไส้ของเราออกมา โดยควรจะเลือกสิ่งที่กินให้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่สงสัยว่า โรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง สามารถอ่านได้ที่นี่เลยครับ 3. ออกกำลังกายอยู่บ่อยๆ การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีมากขึ้นอีกด้วย โดยการออกกำลังกายที่แนะนำอาจจะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อรงมากเกินไป สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับคนที่เป็นโรคริดสีดวง ได้ที่นี่ 4. ขับถ่ายและทำความสะอาดอย่างถูกวิธี การขับถ่ายของคนที่เป็นโรคริดสีดวงอาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง เนื่องจากคนที่เป็นโรคนี้ควรจะต้องขับถ่ายโดยไม่ใช้แรงเยอะ เพื่อไม่ทำให้ริดสีดวงเกิดปวดขึ้นมา และหลังจากขับถ่ายแล้วควรจะทำความสะอาดทวารหนักเบาๆด้วยกระดาษเปียกหรือผ้าทำความสะอาดที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง 5. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถในชีวิตประจำวัน สาเหตุส่วนหนึ่งของโรค ริดสีดวงภายใน เกิดจากการที่เรามักจะ ยืน นั่ง หรือขับถ่ายเป็นระยะเวลานานๆโดยไม่เปลี่ยนนท่า ซึ่งการทำสิ่งเหล่านี้จะทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี ดังนั้นคนที่เป็นโรคริดสีดวงควรจะเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมอ อย่างน้อยควรเปลี่ยนและขยับตัวทุกๆ 1 ชั่วโมง เป็นยังไงบ้างครับหวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังมีปัญหาจากโรค ริดสีดวงภายใน อยู่บ้างรนะครับ ขอให้ทุกท่านปลอดภัย แข็งแรง หายปวดเร็วๆนะครับและสำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการรักษาโรคริดสีดวงทวารให้ดีขึ้นทางเราขอแนะนำ ยารักษาโรคริดสัดวง ตราชัยพฤกษา ที่จะช่วยให้อาการของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยครับ

6 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวง อันตรายไหม พร้อมวิธีแก้ให้หายขาด
ริดสีดวง อันตรายไหม พร้อมวิธีแก้ให้หายขาด

ริดสีดวง หรือ ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่หลายๆคนมักจะเป็นกัน แต่ไม่กล้าที่จะบอกคนอื่นหรือไปหาหมอเพื่อรักษา เนื่องจากอายที่จะบอกคนอื่น ว่าแต่เจ้าริดสีดวงนี้มันอันตรายไหมละ วันนี้เราจะไปหาคำตอบกันครับ ทำความรู้จักกับ ริดสีดวง โรคริดสีดวง เกิดจากการที่เส้นเลือกบวมในทวารหนักส่วนล่างคล้ายๆกับเส้นเลือดขอด ทำให้เกิดการเจ็บปวดเวลานั่ง โดยทั่วไปแล้วริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นภายในทวารหนัก (ริดสีดวงทวารภายใน) หรือใต้ผิวหนังรอบทวารหนัก (ริดสีดวงทวารภายนอก) อาการของริดสีดวงนั้นอาจจะหนักหน่วงจนทำให้หลายๆคนทุกทรมานเป็นอย่างมาก หรืออาจจะไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดออกมามากนัก แต่ในบางกรณีที่ไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดออกมา อาจจะพบอาการที่มีเลือดปะปนกับอุจจาระจนต้องไปพบแพทย์ แต่โดยทั่วไปเมื่อเริ่มเป็นแรกๆคนที่เป็นโรคริดสีดวงทวารมักจะมีอาการคัน หรือมีอาการบวมและอักเสบร่วมด้วยและในกรณีที่ผู้ป่วยเป็น ริดสีดวงภายนอก มักจะมีอาการเจ็บปวดมากกว่าผู้ป่วยโรคริดสีดวงธรรมดา ริดสีดวง อันตรายไหม ขึ้นชื่อว่าโรค ล้วนอันตรายหมดหากเราไม่เอาใจใส่ ดูแลรักษา และแน่นอน โรคริดสีดวงก็เช่นกัน ในเบื้องต้นอาการของโรคริดสีดวงอาจจะไม่รุนแรงมากนักและสามารถรักษาได้หากคุณไปพบแพทย์ แต่หากคุณนิ่งเฉยและไม่ดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองจนกระทั่ง ริดสีดวงแตกก็อาจจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ โรคโลหิตจาง หรือลิ่มเลือดเข้ามาได้ อาการของโรคริดสีดวง แต่ละระยะอันตรายแค่ไหน รักษาอย่างไรบ้าง อาการของโรคริดสีดวงนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 : ริดสีดวงยังอยู่ในรูทวารหนักและยังไม่ได้ยื่นออกมา ในระยะนี้สามารถหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงบรรเทาอาการด้วยการแช่ในน้ำอุ่น ใช้ยาเหน็บ หรือกินยาสมุนไพรเพื่อรักษาริดสีดวงต่างๆก็สามารถหายได้ ระยะที่ 2 : ริดสีดวงมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจจะมีการโผล่ออกมาเวลาที่เราอุจจาระอยู่บ้าง และจะมีอาการเจ็บๆคันๆเข้ามาร่วมด้วย ในระยะนี้ผู้ป่วยโรคริดสีดวงจะเริ่มรู้สึกเจ็บมากขึ้นจนบางรายอาจจะใช้การกินยาแก้ปวดเข้ามาร่วม แต่ในระยะนี้ก็ยังสามารถรักษาได้เองโดยการใช้ยาเหน็บ หรือกินยาสมุนไพรเพื่อรักษาริดสีดวงต่างๆ ก็ยังสามารถรักษาให้หายได้ ระยะที่ 3 : ในระยะนี้ริดสีดวงจะมีขนาดใหญ่มากและโผล่ออกมาจากรูทวารแล้ว การอุจจาระอาจจะมีเลือดปะปนออกมา ทำให้รู้สึกรำคาญและเจ็บเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลานั่ง โดยในระยะนี้การรักษาโดยการใช้ยาเหน็บหรือการทาน ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง อาจยังไม่เพียงพอ อาจจะต้องใช้การผ่าตัดเข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้หายขาด และในระยะนี้ผู้ป่วยอาจมีการเสียเลือดมาก จึงควรกินยาบำรุงเลือดหรือยาบำรุงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาริดสีดวง ระยะที่ 4 : หากอาการโรคริดสีดวงของคุณมาถึงขั้นนี้ ริดสีดวงของคุณจะมีขนาดใหญ่มาก อาจมีการอักเสบและมีเลือดกับน้ำเมือกไหลออกมาจากรูทวารของคุณ รวมไปถึงไม่สามารถควบคุมการอุจจาระได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่เคย ผมต้องบอกเลยครับว่าอาการในขั้นนี้นั้นรุนแรงมากและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น มะเร็งลำไส้, มีอาการติดเชื้อที่แผล ดังนั้นคุณควรจะรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อทำการผ่าตัด หลังจากนั้นจึงกลับมาดูแลรักษาแผลพร้อมรับประทานยาควบคู่ไปด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทีนี้เราก็ได้รู้กันแล้วนะครับว่า บทความเกี่ยวกับริดสีดวง และมีอาการอย่างไร เราควรต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับใครที่กำลังเป็นโรคริดสีดวงอยู่ผมอยากให้ท่านอ่าน บทความเกี่ยวกับริดสีดวง เพื่อจะได้ดูข้อมูลเกี่ยวกับโรคริดสีดวงต่างๆให้มากที่สุด และขอให้ทุกท่านโชคดีหายจากโรคนี้โดยเร็วครับ

7 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงประเภทต่างๆ พร้อมวิธีรักษาด้วยตัวเอง
ริดสีดวงประเภทต่างๆ พร้อมวิธีรักษาด้วยตัวเอง

ริดสีดวงถึงจะไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดอันตราย แต่ก็สร้างความทุกข์และความรำคาญได้เยอะทีเดียว นอกจากนี้ประเภทริดสีดวงยังมีอยู่หลายประเภท ซึ่งการดูแลรักษา รวมถึงการเลือกใช้ยาก็อาจจะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นใครที่กำลังป่วยเป็นริดสีดวงหรือเริ่มมีอาการเหมือนจะเป็นริดสีดวงก็ควรเริ่มใส่ใจและค้นหาข้อมูล เพราะยิ่งรู้เร็วเท่าไหร่โอกาสในการหายก็ง่ายขึ้นเท่านั้น ประเภทริดสีดวง เรื่องที่ทุกคนต้องรู้ ต้องบอกก่อนว่าริดสีดวงโดยทั่วไปที่มักจะเป็นกันนั้นมีทั้งริดสีดวงภายในและภายนอก แต่แท้จริงแล้วยังมีริดสีดวงอีก 2 แบบที่แยกย่อยออกมา และอาจจะยังไม่ค่อยได้ถูกนำมาพูดถึงสักเท่าไหร่ ริดสีดวงทวารภายใน - พบภายในทวารหนัก ริดสีดวงภายในเป็นประเภทริดสีดวงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะมักจะเกิดอยู่ลึกในทวารหนัก ซึ่งผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ในบางครั้งริดสีดวงทวารภายในอาจจะบวม และยื่นออกมาจากทวารหนัก ซึ่งทำให้เจ็บและอาจจะมีเลือดออกร่วมด้วยในขณะขับถ่าย ริดสีดวงทวารภายนอก - เป็นประเภทริดสีดวงที่พบค่อนข้างเยอะ และไม่ค่อยร้ายแรง แต่ก็สร้างความรำคาญและอาการปวดได้เยอะทีเดียว โดยริดสีดวงชนิดนี้จะอยู่ใต้ผิวหนังรอบทวารหนักเหมือนเป็นก้อนแข็ง ทำให้รู้สึกเจ็บปวดและไม่สบายตัวมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงเวลาการขับถ่ายและการนั่งนานๆ ริดสีดวงทวารนูน (Prolapsed) – ริดสีดวง Prolapsed ถือเป็นประเภทริดสีดวงภายใน ที่เกิดจากการที่หลอดเลือดดำในทวารหนักบวมและนูนออกมาจากทวาร ซึ่งอาจจะสร้างความเจ็บปวดได้ ผู้ป่วยมักจะเจอก้อนเส้นเลือดที่บวมออกมา หลายครั้งมีอาการคันและมีเลือดออกร่วมด้วย ริดสีดวงทวารลิ่มเลือด (Thrombosed) - เป็นริดสีดวงที่ไม่มีเลือดไหลเนื่องจากเกิดการอุดตันของเลือด ส่วนใหญ่มักเป็นประเภทริดสีดวงที่เกิดจากภายนอก แต่ในบางรายก็สามารถเป็นภายในได้เช่นกัน โดยริดสีดวงชนิดนี้ถือเป็นโรคริดสีดวงทวารที่เกิดจากลิ่มเลือดไม่ถือว่าเป็นอันตราย แต่ก็อาจเจ็บปวดได้มากเช่นกัน การดูแลรักษาริดสีดวงประเภทต่างๆด้วยตนเอง โดยปกติการเกิดริดสีดวงมักจะเกิดจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง แต่สำหรับประเภทริดสีดวงบางชนิดนอกจากการปรับพฤติกรรมแล้วอาจจะต้องหาตัวช่วยมาใช้ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด ดังนั้นแนะนำว่าหากเพิ่งเริ่มเป็นริดสีดวงใหม่ๆ ต้องรีบหาทางรักษาก่อนที่อาการจะแย่ลงได้ การดูแลรักษาสำหรับริดสีดวงภายในและภายนอก เบื้องต้นแนะนำให้ปรับปรุงเรื่องกากใยอาหารที่ได้รับในแต่ละวัน โดยแนะนำให้ทานเส้นใยเพิ่มมากขึ้น หรือจะชงไฟเบอร์เสริมเพื่อช่วยในเรื่องของกากใยก็ได้เช่นกัน ที่สำคัญต้องพยายามดื่มน้ำตามเยอะๆ เพื่อป้องกันท้องผูก นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการด้วยการแช่น้ำอุ่นเป็นประจำวัน เพื่อช่วยให้อาการบวมและอาการเจ็บปวดลดน้อยลง พยายามลดระยะเวลาในการนั่งห้องน้ำนานๆ เพราะทำให้อาการปวดและแผลแย่ลงได้ พออาการเริ่มบรรเทาลงแล้ว ควรจะหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยในเรื่องการขับถ่ายและระบาย นอกจากนี้หากยังเป็นริดสีดวงแบบเบื้องต้น อาจจะลองใช้สมุนไพรเพชรสังฆาต มะขามป้อม หรือขมิ้นชันมาช่วยในเรื่องการระบายท้องและลำไส้ร่วมด้วย การดูแลตัวเองสำหรับริดสีดวงทวารนูน (Prolapsed) โดยทั่วไปแนะนำให้ปฏิบัติตัวตามการดูแลตนเองเหมือนกับริดสีดวงทวารภายในและภายนอกเลย แต่อาจจะเสริมด้วยการทาขี้ผึ้งหรือ Oilment เพื่อลดอาการคัน และสำหรับคนที่เป็นเยอะแนะนำให้ไปพบแพทย์เพราะสามารถรักษาด้วยแสงอินฟาเรดร่วมด้วยเช่นกัน การดูแลตัวเองสำหรับริดสีดวงทวารลิ่มเลือด (Thrombosed) ยังคงแนะนำให้ปฏิบัติตัวเหมือนข้อมูลข้างต้น แต่ริดสีดวงลิ่มเลือดเป็นประเภทริดสีดวงที่อาจจะมีอาการปวดจะแย่ที่สุดในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก แต่หลังจากนั้นอาการปวดก็จะค่อยลดลงไปเอง

7 เดือน ที่แล้ว ปัญหาริดสีดวงทวารในคนท้อง
ปัญหาริดสีดวงทวารในคนท้อง

คนธรรมดาทั่วไปเป็นริดสีดวงขึ้นมาก็ว่าแย่แล้ว แต่ถ้าเป็นริดสีดวงคนท้อง ก็ต้องบอกเลยว่าควรจะรีบหาวิธีรักษาและบรรเทาอาการให้เร็วที่สุด เนื่องจากริดสีดวงนั้นอาจจะส่งผลกระทบค่อนข้างเยอะต่อสภาพจิตใจและอารมณ์ของคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะกระทบต่อภาวะครรภ์ด้วยเช่นเดียวกัน โดยปกติแล้วริดสีดวงคนท้องซึ่งเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์นั้นพบได้เยอะเลยทีเดียว เพราะจากข้อมูลวิจัยใน NCBI พบว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความดันในช่องท้องนั้นจะเพิ่มขึ้นมากในช่วงตั้งครรภ์ โดยมีการประเมินว่าโอกาสในการเกิดริดสีดวงสำหรับผู้หญิงที่ตั้งท้องนั้นมีราวๆ 25% - 35% นอกจากนี้ผู้หญิงที่ท้อง 85% มักจะเป็นริดสีดวงทวารในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์อีกด้วย โดยปัจจัยหลักในการเกิดริดสีดวงคนท้องมีดังต่อไปนี้ มดลูกขยาย เนื่องจากมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นในสัปดาห์ที่ 25 ของการตั้งครรภ์ การไหลเวียนของเลือดจะเพิ่มสูงขึ้นในอุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดดำที่ผนังทวารหนักเกิดอาการบวมนูน อันเป็นปัจจัยให้เกิดริดสีดวงคนท้องโดยตรงทีเดียว ปัญหาการขับถ่ายในระหว่างตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ท้องหลายคนอาจจะมีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารและอาการแพ้ท้อง ซึ่งเป็นผลพวงที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก จนหลายคนถึงขั้นเป็นริดสีดวงเช่นกัน การเบ่งคลอด หลายคนเป็นโรคริดสีดวงทวารภายหลังการคลอด เนื่องมากจากผลของการเบ่งแรงในระหว่างคลอดบุตร การดูแลรักษาริดสีดวงในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แบบเบื้องต้น ดูแลเรื่องอาหาร ถึงแม้หลายคนจะมีอาการแพ้ท้อง ทำให้ทานได้ยากขึ้น แต่การรักษาริดสีดวงทวารที่ดีที่สุดในระหว่างตั้งครรภ์นั้นก็คือ การปรับเรื่องการทานอาหารที่มีกากใย และการดื่มน้ำให้มากขึ้นนั่นเอง หากใครกลัวเป็นริดสีดวงคนท้อง แนะนำให้ลองปฏิบัติตามแต่เนิ่นๆ เพื่อลดอาการเสี่ยงเป็นริดสีดวง ส่วนคนที่แพ้ท้องหนักมากอาจจะใช้ไฟเบอร์ผงชงทานเพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องผูก การออกกำลังกาย แนะนำให้บริหารอุ้งเชิงกรานด้วยการสร้างกล้ามเนื้อ เช่น การออกกำลังแบบ Kegel จะช่วยให้พร้อมสำหรับการคลอด และยังช่วยป้องกันโรคริดสีดวงทวารได้อีก เพราะจะช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดในบริเวณอุ้งเชิงกรานและร่างกายส่วนล่าง นอนตะแคง การนอนท่านี้จะช่วยลดแรงกดดันต่อบริเวณร่างกายส่วนล่าง นอกจากนี้แนะนำให้นอนตะแคงซ้ายวันละ 2-3 ครั้งเพื่อลดแรงกดที่เส้นเลือดทางทวารหนัก เดินออกกำลัง อย่านั่งหรือยืนเป็นเวลานานจนเกินไป ถ้ามีเวลาแนะนำให้ออกกำลังเบาๆ โดยแนะนำให้เดินเร็วประมาณ 5 นาทีทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณอุ้งเชิงการได้ดียิ่งขึ้น ใช้กระดาษชำระที่อ่อนโยน การใช้น้ำอุ่นและกระดาษชำระที่อ่อนนุ่มเช็ดหลังการขับถ่าย หรือการใช้ทิชชูเปียกสำหรับเด็กก็ช่วยบรรเทาอาการปวดริดสีดวงได้ แนะนำว่าอย่าเช็ดแรงเกินไปเพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบอบบางบริเวณริดสีดวงเกิดการระคายเคืองได้ แช่ตัวในอ่างอาบน้ำ วิธีนี้ไม่ว่าจะเป็นริดสีดวงคนท้องหรือคนทั่วไปก็ใช้ได้ โดยแนะนำให้แช่ตัวในน้ำอุ่นๆ พอประมาณอย่าให้ร้อนจนเกินไปเพื่อป้องกันการระคายเคือง แช่ประมาณ 10 ถึง 15 นาที ก็จะช่วยลดอาการบวมคัน และไม่สบายตัวได้ หาหมอนรูปโดนัท คนท้องอาจจะนั่งแล้วปวดกว่าคนปกติ เพราะมีน้ำหนักครรภ์เพิ่มขึ้นมา ดังนั้นแนะนำว่าเพื่อความสบายในการนั่ง ลองหาหมอนรูปโดนัทที่มีรูตรงกลางมาใช้นั่ง ก็คลายความกดจากน้ำหนักครรภ์ไปที่แผลริดสีดวงได้

7 เดือน ที่แล้ว วิธีรักษา ริดสีดวงภายนอก เบื้องต้น
วิธีรักษา ริดสีดวงภายนอก เบื้องต้น

เคยไหมกับการเป็นริดสีดวงภายนอกแบบเป็นๆ หายๆ จนทำให้พยายามค้นหาวิธีรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง แต่สิ่งที่น่าเบื่อกว่านั้นก็คือ ลองมาหลายทางแล้ว แต่อาการริดสีดวงภายนอกก็ยังไม่ดีขึ้น แถมยิ่งปล่อยไว้เนิ่นนาน อาการก็ยิ่งแย่ลงทำให้ต้องลาหยุดงาน หรือต้องหันมาทำงานอยู่บ้านกันเลยทีเดียว ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกับรูปแบบริดสีดวงกันดูก่อน ซึ่งริดสีดวงมักจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ได้แก่ - ริดสีดวงทวารภายนอก เกิดขึ้นใต้ผิวหนังด้านนอกของทวารหนัก ซึ่งคนมักเป็นกันเยอะ และหากเป็นริดสีดวงชนิดนี้คนทั่วไปก็มักจะรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ โดยสาเหตุก็มักจะเกิดจากการท้องผูก อุจจาระแข็ง นั่งห้องน้ำนาน ส่วนอาการนั้นเนื่องจากอยู่ภายนอกจึงมักจะเจ็บปวดหรือคันบริเวณทวารหนัก รวมถึงมีเลือดออกตอนถ่ายท้อง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัวเลย - ริดสีดวงทวารภายใน ริดสีดวงประเภทนี้จะเกิดขึ้นด้านในของทวารหนัก ดังนั้นอาการเจ็บปวดแบบริดสีดวงภายนอกจึงอาจจะมีน้อยกว่า ยกเว้นแต่จะมีติ่งเนื้อย้อยดันผ่านออกมาทางช่องทวารหนัก ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการปวดคันและระคายเคืองได้เช่นเดียวกัน วิธีดูแลตนเองและวิธีรักษา ริดสีดวงภายนอก แบบเบื้องต้น โดยส่วนมากหากเป็นริดสีดวงภายนอก มักจะเป็นเพียงไม่นานก็สามารถยุบหรือหายไปได้เอง แต่การที่ริดสีดวงเกิดขึ้นภายนอกอาจจะส่งผลให้รู้สึกเจ็บปวดคัน หรือระคายเคือง ซึ่งทำให้ทั้งรำคาญตัวเอง และหมดความมั่นใจในการออกไปข้างนอก เนื่องจากริดสีดวงภายนอกมักจะสัมผัสบริเวณรอบ ๆ ทวารหนักในระหว่างการเคลื่อนไหวร่างกาย ดังนั้นวิธีรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นที่ดีที่สุดก็ควรเริ่มจากการปรับเปลี่ยนร่างกายให้รู้สึกผ่อนคลายเพื่อลดความเจ็บปวดให้น้อยลง เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบาย มีผิวสัมผัสที่นุ่มเบาเพื่อลดการระคายเคือง และช่วยในการระบายอากาศได้ดี เพราะจะทำให้ร่างกายและบริเวณบาดแผลริดสีดวงกระทบกระเทือนน้อยที่สุด อาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่น ต้องบอกว่าวิธีนี้ถือเป็นวิธีรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายมาก แถมยังช่วยทำให้อาการเจ็บปวดลดน้อยลงอีกด้วย ทำความสะอาดทวารหนักเบาๆ หลังการขับถ่ายแนะนำให้ใช้กระดาษเปียกแบบอ่อนโยน หรือผ้าเช็ดทำความสะอาดที่อ่อนนุ่มและปราศจากสารระคายเคือง ประคบน้ำแข็ง ถือเป็นวิธีรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นที่ช่วยลดอาการบวมและคันได้ดีทีเดียว แนะนำให้ใช้ผ้าประคบน้ำแข็งหรือเจลเย็นมาประคบบริเวณรอบทวารหนัก ก็จะช่วยลดการอักเสบบวมแดงได้ ใช้ยาแก้ปวดที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ อาจจะหายาที่มีอยู่ติดบ้านอย่างเช่น ไอบูโพรเฟนหรืออะเซตามิโนเฟนเพื่อบรรเทาอาการปวดและไม่สบายตัว ก็เป็นตัวช่วยที่ดีอีกทางหนึ่งเช่นกัน ทาขี้ผึ้ง ลองมองหาครีมหรือขี้ผึ้งที่มีขายทั่วไป เช่น ดูปร็อคชนิดขึ้ผึ้ง หรือไฮโดรคอร์ติโซน ก็ช่วยบรรเทาอาการปวดบวมคันได้เหมือนกัน ทานไฟเบอร์ให้มากขึ้น วิธีนี้ถือเป็นการปรับปรุงเรื่องการทานอาหารและเป็นวิธีรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นที่อาจจะใช้เวลาอยู่ซักหน่อย แต่เมื่อทำได้แล้วก็จะช่วยลดโอกาสในการเกิดริดสีดวงซ้ำๆ ได้ โดยอาจจะเพิ่มผักและเส้นใยอย่างไฟเบอร์แบบละลายน้ำในแต่ละวัน และดื่มน้ำตามให้พอเพียงเพื่อช่วยในการขับถ่าย วิธีรักษาริดสีดวงภายนอกเบื้องต้นที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ เป็นวิธีที่ใครๆ ก็ทำได้ และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ยากลำบากเลย ยิ่งรีบดูแลและรักษาตัวเองแต่เนิ่นๆ โอกาสในการหายขาดและมีอาการดีขึ้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

7 เดือน ที่แล้ว 9 สมุนไพร จัดการ ”ริดสีดวง”หายขาด!
9 สมุนไพร จัดการ ”ริดสีดวง”หายขาด!

เบื่อกับการเป็นริดสีดวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ อย่างการใช้สมุนไพรริดสีดวง ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดและเยียวยาอาการริดสีดวง ยังเป็นการช่วยสืบสานมรดกทางภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยให้คงอยู่ต่อไปอีกด้วย เรื่องการใช้สมุนไพรรักษานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะต้องบอกว่าประเทศไทยมีพืชพันธุ์สมุนไพรที่สามารถนำมาใช้เป็นยาได้หลากหลายชนิด ดังนั้นการใช้สมุนไพรริดสีดวงจึงอยู่คู่กับคนไทยมาช้านานตั้งแต่ในยุคบรรพบุรุษ ที่สำคัญมรดกทางวัฒนธรรมยังส่งต่อวิธีรักษาและวิธีการใช้สมุนไพรริดสีดวงตามท้องถิ่นและภูมิภาคต่างๆ อีกด้วย สมุนไพรริดสีดวงบางชนิดนั้นสามารถหาได้ง่ายมาก เผลอๆ อาจจะโตขึ้นเองตามธรรมชาติในหลังบ้านของคุณก็ได้ ดังนั้นลองสำรวจกันก่อนเลยว่าสมุนไพรริดสีดวง 9 ชนิดที่สามารถเยียวยาริดสีดวงได้มีอะไรบ้าง เผลอๆ คุณอาจจะไม่ต้องเสียเงินไปซื้อยาเลยก็ได้ เพชรสังฆาต เป็นสมุนไพรริดสีดวงยอดฮิตติดอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ที่สำคัญเพชรสังฆาตยังมีงานวิจัยมากมายที่ออกมาให้การยอมรับว่าใช้รักษาริดสีดวงได้ผลดีเยี่ยมไม่แพ้ยาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว เพราะช่วยรักษาอาการอักเสบ ซึ่งช่วยให้หลอดเลือดดำที่บวมเป่งจากริดสีดวงยุบตัวลงได้ วิธีการใช้ นำเพชรสังฆาตมา 1 ปล้อง หั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ หุ้มด้วยกล้วยสุก แล้วรับประทานวันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น อาการริดสีดวงก็จะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 10-15 วัน ข่าหด จากข้อมูลของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พบว่าข่าหดมีมากในภาคอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำเอาข่าหดมาแก้ปัญหามดลูก นอกจากนี้ข่าหดยังมีสรรพคุณในการเป็นสมุนไพรริดสีดวงที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอีกด้วย วิธีการใช้ ใช้ข่าหดประมาณ 2 นิ้ว และนำว่านชักมดลูก 1 ชิ้น มาต้มรวมกัน ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ทานเช้าเย็น ก็จะบรรเทาอาการริดสีดวง รวมถึงแก้ปัญหาไส้เลื่อนและมดลูกหย่อนยานได้อีกด้วย ขลู่ เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม แถมยังช่วยรักษาอาการอักเสบได้อย่างดีอีกด้วย วิธีการใช้ แนะนำให้เอามาต้มเป็นชา แล้วดื่มก็สามารถช่วยอาการริดสีดวงทวารได้ดีทีเดียว ว่านหางจระเข้ จัดว่าเป็นสมุนไพรริดสีดวงที่หาง่ายมาก บางบ้านอาจจะมีอยู่แล้ว ซึ่งสรรพคุณก็คือ มีฤทธิ์เย็น ช่วยลดอาการปวด บวมจากริดสีดวงได้อย่างดีทีเดียว วิธีการใช้ ปอกให้เหลือแต่ส่วนวุ้น แล้วนำไปเหน็บคล้ายยาเหน็บ หรือนำไปพอกก็ได้เช่นกัน ผักไผ่ (ผักแผว) จัดเป็นสมุนไพรริดสีดวงที่นิยมนำมารับประทานกับอาหารจำพวกลาบ หรือยำต่างๆ ซึ่งงานวิจัยหลายตัวพบว่าผักไผ่มีสารประกอบสำคัญที่ช่วยบรรเทาริดสีดวงได้อย่างดี เช่น สารฟลาโวนอยด์ วิธีการใช้ สามารถนำใบมารับประทานสดได้ ขมิ้นชัน ปัจจุบันหาซื้อหาทานได้ง่าย แต่สรรพคุณสำหรับการเป็นสมุนไพรริดสีดวงนั้นมีค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว เช่น ช่วยในการย่อย ลดการอักเสบ และช่วยฆ่าเชื้อโรค วิธีการใช้ นำผงขมิ้น ทาบริเวณหัวริดสีดวงที่มีเลือดออก มะขามป้อม เป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายอีกตัว ที่ทั้งช่วยเรื่องอาการไอ เสมหะ แถมยังบรรเทาอาการริดสีดวงได้อีกด้วย เพราะมีรสขมเย็นทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น ป้องกันท้องผูก วิธีการใช้ นำมาต้มชงเป็นชา โดยดื่มเช้าและเย็นก่อนอาหาร อัคคีทวาร ถึงชื่อจะไม่คุ้น แต่ในทางแพทย์แผนไทยอัคคีทวารถือเป็นสมุนไพรเต็งหนึ่งในการรักษาริดสีดวงเลยทีเดียว วิธีการใช้ นำรากหรือต้นมาฝนกับน้ำปูนใส แล้วทาบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร เม็ดแมงลัก หลายคนชอบทานเป็นของหวาน แต่แท้จริงแล้วเม็ดแมงลักมีประโยชน์มากกว่านั้น เพราะถือเป็นสมุนไพรริดสีดวงอีกขนานที่ช่วยในเรื่องการระบายและขับถ่าย ช่วยทำให้อุจจาระนิ่มลงอีกด้วย วิธีการใช้ ผสมเม็ดแมงลัก 1 ช้อนชากับน้ำเปล่า ทิ้งไว้ให้พองแล้วค่อยดื่ม

7 เดือน ที่แล้ว ปรับพฤติกรรมชีวิตง่ายๆ เป็นวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ดีที่สุด
ปรับพฤติกรรมชีวิตง่ายๆ เป็นวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ดีที่สุด

ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเป็นริดสีดวงกันหรอก ดังนั้นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคริดสีดวง จะช่วยให้เราปลอดภัยและห่างไกลจากโรคนี้ได้ ส่วนใครที่เคยเป็นแล้วแต่ไม่อยากเป็นซ้ำสองก็ต้องไม่พลาดที่จะอ่านข้อมูลวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ทำได้ง่ายๆ กันทุกคน แถมยังใช้ได้ผลดีอีกด้วย ทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนที่จะเจาะลึกวิธีป้องกันโรคริดสีดวง อาการของโรคริดสีดวงทวารมักจะเกิดจากการกดทับหรือแรงดันเส้นเลือดบริเวณทวารหนักมากเกินไป ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างเช่น การนั่งห้องน้ำนาน ท้องผูก โดยข้อมูลจากนายแพทย์ Anish Sheth, MD แพทย์ระบบทางเดินอาหารที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเผยว่า ริดสีดวงสามารถขยายใหญ่ขึ้นและสร้างความเจ็บปวดได้มาก เวลาที่โดนแรงกดเพิ่มขึ้นบริเวณรอบทวาร ซึ่งการนั่งหรือการเข้าห้องน้ำนานนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยากมาก เห็นแบบนี้แล้วหลายคนคงสงสัยว่าวิธีป้องกันโรคริดสีดวงคงไม่น่ามีอยู่จริง เพราะปัจจัยทั้งหมดล้วนมาจากชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ระดับอาการของริดสีดวง ริดสีดวงระดับที่ 1: อาจมีเลือดออก แต่อาจจะยังไม่มีติ่งเนื้อ อาการเหล่านี้เป็นริดสีดวงทวารที่ขยายออกเล็กน้อย แต่ไม่ยื่นออกมานอกทวารหนัก หากยังเป็นในระยะแรกอยู่ ควรจะเริ่มมองหาวิธีป้องกันโรคริดสีดวงไม่ให้ลุกลามไปกว่ามากเดิม ริดสีดวงระดับที่ 2: เริ่มมีติ่งเนื้อซึ่งสามารถหดกลับได้เอง (มีหรือไม่มีเลือดออก) โดยจะสังเกตเห็นได้ว่าออกมาจากทวารหนักในระหว่างการถ่ายอุจจาระ ริดสีดวงระดับที่ 3: ติ่งริดสีดวงทวารจะย้อยและห้อยออกมาได้ อาจจะต้องดันกลับเข้าไปด้วยนิ้ว ริดสีดวงระดับที่ 4: มีติ่งริดสีดวงทวารที่ย้อย และไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องทวารหนักได้แล้ว ริดสีดวงระดับนี้ อาจจะเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ด้วย ริดสีดวงเกิดขึ้นได้แต่ก็มีวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ได้ผลจริงด้วย อย่างที่บอกว่าส่วนใหญ่วิถีชีวิตของเราอาจจะมีส่วนทำให้เกิดริดสีดวง ดังนั้นหากพยายามฝึกตัวเอง ปรับเปลี่ยนนิสัยบางอย่าง คุณก็อาจจะพบวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ได้ผลสำหรับตัวเองก็เป็นได้ - รับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น เป็นวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ง่ายและประหยัดมาก เพราะส่วนใหญ่หลายคนเป็นริดสีดวงเนื่องจากท้องผูก ขับถ่ายยาก เพราะทานพืชผักที่มีกากใยและไฟเบอร์ไม่พอเพียง ทำให้อุจจาระแข็ง และถ่ายลำบาก ข้อมูลจาก Academy of Nutrition and Dietetics เผยว่าเราสามารถปรับปรุงการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้โดยการเพิ่มไฟเบอร์ให้มากขึ้นในอาหาร โดยสำหรับผู้หญิงควรทานไฟเบอร์ให้ได้ 25 กรัมต่อวัน และผู้ชาย 38 กรัม อย่างไรก็ตามแนะนำให้เพิ่มปริมาณไฟเบอร์อย่างช้าๆ เพราะอาจจะทำให้อาการท้องผูก มีแก๊ส และทำให้อาการแย่ลงก่อนที่จะดีขึ้นได้ - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่ง่ายมากเช่นกัน โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก Harvard Health แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคระดับปานกลางวันละ 20 ถึง 30 นาที อาทิเช่น การเดินเร็วเพื่อกระตุ้นลำไส้ หรืออาจจะฝึกท่าโยคะที่ช่วยในการบริหารลำไส้และการขับถ่ายก็ได้ผลดีด้วยเช่นเดียวกัน - ดื่มน้ำสะอาดและลดเครื่องดื่มบางประเภทลง ต้องบอกว่าวิธีนี้เป็นวิธีป้องกันโรคริดสีดวงที่อาจจะต้องใช้พยายามมากขึ้นซักหน่อย เพราะบางคนไม่ชอบดื่มน้ำ แถมดื่มเครื่องดื่มต้องห้ามติดจนเป็นนิสัย การดื่มน้ำให้เพียงพอมีความสำคัญมากเพราะจะทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น เพราะน้ำจะให้ความชุ่มชื้นซึ่งจะช่วยให้อุจจาระนุ่มและป้องกันอาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ควรจะลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือคาเฟอีนที่มีในชากาแฟลงบ้าง เพราะทำให้อุจจาระแห้งและอาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้

7 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงทวารในเด็ก เรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนจะสายเกินแก้
ริดสีดวงทวารในเด็ก เรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนจะสายเกินแก้

ผู้ใหญ่อย่างเราเป็นริดสีดวงก็ว่าแย่แล้ว และถ้าหากหนูน้อยบ้านไหนเกิดเป็นริดสีดวงทวารในเด็กขึ้นมาล่ะ จะช่วยดูแลรักษาอย่างไรดี เพราะเด็กนั้นทั้งสภาพร่างกายและจิตใจสุดแสนจะบอบบางกว่าผู้ใหญ่เยอะเลยทีเดียว ดังนั้นคราวนี้จึงขอนำเสนอข้อคิดดีๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการดูแลป้องกันริดสีดวงทวารในเด็ก รวมไปถึงหนทางแก้ไขและเยียวยาที่เหมาะสมกับเด็กอีกด้วย สาเหตุการเกิดริดสีดวงทวารในเด็ก เบื้องต้นนั้นอาการริดสีดวงไม่ว่าจะเกิดกับผู้ใหญ่หรือเป็นริดสีดวงทวารในเด็กก็มีสาเหตุและปัจจัยค่อนข้างคล้ายคลึงกัน คือ ท้องผูก มีปัญหาในการขับถ่าย นั่งห้องน้ำนาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นฉนวนให้เกิดการกดทับหรือแรงดันที่มีต่อเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก พอเส้นเลือดบวมก็จะกลายเป็นริดสีดวงทวารภายใน หรือหากบวมใกล้กับช่องทวารหนักก็จะเป็นริดสีดวงทวารภายนอก ที่แย่ไปกว่านั้นคือ บางคนสามารถเป็นริดสีดวงได้ทั้งสองประเภทในเวลาเดียวกันได้ แต่เวลาเด็กๆ เป็นนั้นเขามักจะไม่รู้หรอก ว่าเป็นอาการของริดสีดวงทวารในเด็ก ส่วนใหญ่เขาจะรู้สึกเจ็บปวด ไม่สบายตัว อาจจะร้องไห้โยเย โดยเฉพาะในช่วงเวลาขับถ่าย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวอาจจะต้องคอยสังเกต และใส่ใจกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กอยู่เสมอ วิธีสังเกตอาการริดสีดวงทวารในเด็ก อาการที่เกิดกับเด็กนั้นก็ค่อนข้างจะมีความคล้ายคลึงกับอาการของผู้ใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคือ ทางครอบครัวต้องคอยเอาใจใส่และสังเกตอาการผิดปกติเหล่านี้ให้ดี - เวลาขับถ่ายอาจจะมีเลือดออกระหว่างการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลองสังเกตริ้วเลือดสีแดงสดบนกระดาษชำระหลังจากที่เด็กๆ ได้ขับถ่ายเสร็จแล้ว หากพบว่ามีเลือดปนออกมาในกระดาษชำระหรืออุจจาระ อาจจะเป็นไปได้ว่าเจ้าตัวน้อยของคุณกำลังเป็นริดสีดวงทวารในเด็ก - ถ้าเด็กๆ มีอาการคันบริเวณทวารแล้วเขามาบ่นกับคุณ ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของริดสีดวงได้เช่นกัน - หากลูกรักมักจะมีอาการปวดทวารหนัก โดยเฉพาะช่วงการเข้าห้องน้ำ หรือการทำความสะอาดบริเวณทวารหนัก ถ้าหากเขาบ่นถึงอาการเจ็บปวดก็อาจจะเป็นอาการระยะแรกของริดสีดวงทวารในเด็ก - แนะนำให้ลองสังเกตอารมณ์ของเด็กดูด้วยเช่นเดียวกันว่า ถ้าหากเขามีอาการหงุดหงิด เจ็บปวด ท้องผูกบ่อยๆ หรือไม่อยากเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่าย ก็อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงได้เหมือนกัน แนวทางในการดูแลและรักษาริดสีดวงทวารในเด็ก - ดูแลเรื่องอาหารการกิน วิธีที่สำคัญที่สุดวิธีหนึ่งในการรักษาโรคริดสีดวงทวารในเด็ก คือ การจัดการกับสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งมักจะเป็นอาการท้องผูก หรือมีอุจจาระแข็งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่กากใยและไฟเบอร์ต่ำ นอกจากนี้เด็กๆ ส่วนใหญ่ยังไม่ชอบทานผัก และบางคนยังทานน้ำไม่พอเพียงอีกด้วย ดังนั้นลองมองอาหารเสริมที่เป็นไฟเบอร์ผงที่ละลายน้ำ และกำชับให้เขาดื่มน้ำให้พอเพียงอยู่เสมอ - การใช้น้ำอุ่นเข้าช่วย การอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นนั้นถือเป็นวิธีที่ดีและได้ผลมากในการบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดจากโรคริดสีดวง แนะนำให้แช่ก้นในน้ำอุ่นวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลา 10 ถึง 15 นาที เพราะจะช่วยลดอาการปวด อาการไม่สบายตัวและช่วยลดการอักเสบและลดบวมได้อย่างดีทีเดียว - เช็ดก้นด้วยกระดาษชำระที่อ่อนนุ่ม แนะนำให้หาผ้าเปียกที่มีคุณสมบัติอ่อนโยนและป้องกันการระคายเคืองต่อผิวเด็ก ที่สำคัญไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม เพราะอาจจะทำให้แสบร้อนและระคายเคือง เผลอๆ อาจจะทำให้อาการอักเสบบวมแย่ลงไปอีก ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ใช้กระดาษซับน้ำอุ่นเช็ดบริเวณทวารหนักสลับกับการประคบเย็นร่วมด้วย ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ดีมาก

8 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงแตก ภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่คุณคิด
ริดสีดวงแตก ภัยเงียบที่อันตรายกว่าที่คุณคิด

เป็นริดสีดวงก็ว่าน่ากลัวแล้ว แต่ถ้าหากเกิดริดสีดวงแตกขึ้นมาจะเจ็บปวดและน่ากลัวขนาดไหน หลายคนคงไม่อยากจะนึกถึง แต่อย่างน้อยหากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นริดสีดวงหรือมีแนวโน้มจะเป็นริดสีดวง ความเสี่ยงในการเกิดริดสีดวงแตกก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นแนะนำให้ลองศึกษาและทำความเข้าใจไว้ก่อนเพื่อที่จะป้องกัน ระมัดระวัง หรือเตรียมตัวรับมือกับการเกิดริดสีดวงแตกไว้แต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด ริดสีดวงแตกได้หรือไม่? อย่างที่รู้กันว่าริดสีดวงนั้นมีทั้งแบบภายในและภายนอก ซึ่งพอเป็นแล้วก็จะมีลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นภายในหลอดเลือดดำ นอกจากอาการปวดและอักเสบอย่างรุนแรงแล้ว ถ้าลิ่มเลือดก่อตัวจนเต็ม ก็อาจจะไปกระทบทำให้ริดสีดวงทวารแตกได้ นอกจากนี้หากเกิดความดันมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการเบ่งอุจจาระ หรือการกดทับจากการตั้งครรภ์ ก็จะทำให้ริดสีดวงแตกได้เช่นเดียวกัน รู้ก่อนริดสีดวงแตก ปกติแล้วการที่ริดสีดวงแตกนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยอาจรู้สึกว่ามีก้อนแข็งและเจ็บปวดอยู่นอกทวารหนักมากขึ้น นอกจากนี้ริดสีดวงที่มีลิ่มเลือดอุดตัน จะสามารถทะลุผ่านผิวหนังที่หุ้มไว้แล้วรั่วออกมา ซึ่งเป็นการแตกของริดสีดวงได้เช่นกัน เลือดออกนานขนาดไหน? ภายหลังจากที่ริดสีดวงแตก แน่นอนว่าเลือดต้องออกมาอยู่แล้ว แต่จะมากน้อยอาจจะต่างกันออกไป ส่วนระยะเวลาที่เลือดออกอาจจะยาวนานเพียงไม่กี่วินาทีถึงหลายนาที อย่างไรก็ตามหากเลือดออกต่อเนื่องนานเกิน 10 นาที หรือเลือดไหลไม่หยุด แนะนำให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน รับมืออย่างไรเมื่อริดสีดวงแตก? โดยพื้นฐานแล้วส่วนใหญ่พอริดสีดวงแตก คนทั่วไปมักจะตกใจก็เพราะ ปริมาณเลือดสดที่ไหลออกมา ซึ่งหากไหลออกมาไม่นานแล้วหยุดก็คงไม่ต้องกังวลมาก แต่สิ่งที่เราต้องรีบทำก็คือ รีบดูแลตัวเองโดยการนั่งแช่น้ำอุ่น โดยสามารถจัดเตรียมง่ายๆ ได้เองดังนี้ - หากมีอ่างอาบน้ำสามารถใช้อ่างอาบน้ำได้เลย แต่หากไม่มีแนะนำอ่างพลาสติกสำหรับแช่ก้นที่เรียกว่า Sitz - จากนั้นเติมน้ำอุ่น 3 ถึง 4 นิ้วลงในอ่างอาบน้ำ เช็คดูอีกว่าน้ำไม่ควรร้อนเกินไป ไม่งั้นอาจจะทำให้อาการปวดและแผลแย่ลงได้ โดยทั่วไปจะแนะนำน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 40 องศา - นั่งแช่ทิ้งในอ่างที่มีน้ำอุ่น 15 ถึง 20 นาที วันละ 2 ครั้งอย่างต่ำ - แนะนำให้ลองงอเข่าหรือวางขาเหนือขอบอ่างอาบน้ำเพื่อให้แน่ใจว่าบริเวณก้นและทวารจมอยู่ใต้น้ำ - หลังจากแช่น้ำอุ่นเสร็จแล้ว ค่อยๆ ซับก้นและสะโพกให้แห้งด้วยผ้าสะอาด แนะนำให้ซับอย่างเบามือ อย่าถูหรือขัดเพราะอาจจะทำให้ปวดแผลได้ - พยายามปรับพฤติกรรมการทานอาหาร โดยทานอาหารที่มีกากใยให้เยอะขึ้น นอกจากนี้หลีกเลี่ยงอาหารเครื่องดื่มที่อาจจะทำให้อุจจาระแข็งและแห้ง เช่น แอลกอฮอล์ และคาเฟอีนอย่างชา กาแฟ - หากเป็นโรคริดสีดวงทวารภายนอกอาจจะใช้ขี้ผึ้ง OTC หรือยาเหน็บซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดบวมและคันได้ - ลองมองหาสมุนไพรไทยที่หาง่าย เช่น ว่านหางจระเข้ หรือขมิ้นชัน มาทาบริเวณแผลที่แตกก็อาจจะช่วยบรรเทาอาการได้ จากข้อมูลของ National Health Service (NHS) ของอังกฤษแนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากมีริดสีดวงแตก แล้วเกิดอาการดังต่อไปนี้ - เลือดออกอย่างต่อเนื่อง หรือเลือดไหลไม่หยุดเป็นเวลานาน - เลือดออกจำนวนมาก แนะนำให้สังเกตว่าโถส้วมมีแต่เลือดแดงมากจนผิดปกติหรือไม่ - มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่หลุดออกมาด้วย - มีอาการปวด บวม อักเสบ อย่างรุนแรง

8 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงเกิดจากอะไร
ริดสีดวงเกิดจากอะไร

หลายคนพยายามรักษาและดูแลตัวเอง แต่ริดสีดวงก็ยังไม่หายซักที ดังนั้นจึงเกิดคำถามขึ้นในใจว่าริดสีดวงเกิดจากอะไรกันแน่ จะว่าเป็นโรคเวรโรคกรรมก็ไม่น่าจะใช่ ที่สำคัญจะทำยังไงให้อาการป่วยอันสุดแสนทรมานจากริดสีดวงนั้นหายไป ซึ่งส่วนใหญ่ต้นตอมักจะมาจากการใช้ชีวิตประจำวันที่เรามักหลงลืมไปนั่นเอง ไม่ว่าจะนั่งทำงานนานๆ เข้าห้องน้ำนาน ท้องผูกเป็นประจำ อั้นอุจจาระบ่อยๆ แต่พอเป็นริดสีดวงทีก็สุดแสนจะทรมาน แถมหลายครั้งถ่ายเป็นเลือดจนหน้าตาซีดเซียว จะไปเที่ยวไหนซักทีก็สุดแสนจะลำบาก ฉะนั้นใครที่เป็นริดสีดวงอยู่ ควรศึกษาและทำความเข้าใจว่าริดสีดวงเกิดจากอะไรกันแน่ เพื่อที่จะค้นหาแนวทางป้องกันที่ได้ผลที่สุด จากฐานข้อมูลของ NCIBI งานวิจัยของ Plos One ได้ทำการค้นคว้าว่าริดสีดวงเกิดจากสาเหตุใด และมีเหตุหรือปัจจัยใดเป็นหลัก ซึ่งข้อมูลที่ได้มานั้นถือว่าน่าสนใจมาก เนื่องจากการสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการวิจัย 2,813 คน มีถึง 1,074 คนที่เคยเป็นโรคริดสีดวง และมีสาเหตุหลักอย่างเดียวกันคือ ท้องผูก ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนนั้นไม่ได้พบอัตราการเกิดริดสีดวงที่เด่นชัด ดังนั้นข้อสรุปหลักของงานวิจัยชิ้นนี้ก็คือ ริดสีดวงเกิดจาก อาการท้องผูก นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่รับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารสูง สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคริดสีดวงได้อย่างมีนัยยะด้วยเช่นกัน แต่ถึงแม้งานวิจัยจะพบว่าอาการท้องผูกเป็นปัจจัยหลักในการเกิดริดสีดวง แต่แท้จริงแล้วริดสีดวงเกิดจากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน ที่สำคัญต้นตอที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกเรื้อรังนั้นพวกเราทุกคนสามารถช่วยป้องกันได้ด้วยตนเองอีกด้วย โดยทั่วไปกลไกในร่างกายที่ทำให้เป็นริดสีดวงเกิดจากการเพิ่มขึ้นของความดันในทวารหนักส่วนล่าง ซึ่งทำให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักส่วนล่างบวมและอักเสบ ซึ่งปลายทางก็คือ ริดสีดวงที่สร้างความทุกข์ทรมานนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่น่าสนใจต่างๆ ดังนี้ - นั่งขับถ่ายใช้เวลานานในห้องน้ำ - มีอาการท้องผูกหรือท้องร่วงเรื้อรังติดต่อกัน - มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน - การตั้งครรภ์ - การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก - ทานอาหารที่มีเส้นใยต่ำ - บาดเจ็บที่ไขสันหลัง - ประวัติครอบครัวเป็นโรคริดสีดวงทวาร จากข้อมูลด้านบนจะเห็นว่าผลลัพธ์ดังกล่าวนั้นมักจะเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ค่อยเหมาะสมจากตัวเราเองแทบทั้งนั้น ดังนั้นจะโทษใครไปไม่ได้เลย ถ้าจะให้ดีหลังจากทราบสาเหตุว่าริดสีดวงเกิดจากอะไรแล้ว เราลองมาปรับเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ดูก็น่าจะช่วยได้เยอะเลยทีเดียว ไม่ควรอั้นอุจจาระ เหมือนจะคำแนะนำธรรมดาทั่วไป แต่รู้ไหมว่าหลายคนก็เพิกเฉย บางคนมักจะอั้นอุจจาระเอาไว้เป็นเวลานาน ซึ่งพอถึงเวลาจะไปถ่ายก็ขับถ่ายยาก เพราะการอั้นอาจจะทำให้อุจจาระแข็งและแห้งในลำไส้ ดังนั้นทางที่ดีแนะนำว่าหากรู้สึกปวดให้รีบเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายให้เร็วที่สุด อย่านั่งห้องน้ำนานเกินไป หลายคนมักจะเปลี่ยนห้องน้ำให้เป็นห้องนั่งเล่น ทั้งนั่งเล่นมือถือ ทั้งอ่านหนังสือ เล่นโซเชียล รู้ไหมว่าริดสีดวงเกิดจากพฤติกรรมในการนั่งนานๆ นี่แหล่ะ จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เลยทีเดียว การนั่งนานทำให้เกิดแรงกดในหลอดเลือดทวารหนัก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวงเป็นอย่างมาก เลือกทานให้เป็น อาหารเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดท้องผูก ซึ่งริดสีดวงเกิดจากอาการท้องผูกเป็นหลักตามที่อ้างอิงจากงานวิจัย ดังนั้นควรปรับเรื่องการทานอาหารใหม่ โดยพยายามทานอาหารที่มีเส้นใยไฟเบอร์เยอะๆ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วย

8 เดือน ที่แล้ว ยาริดสีดวง ยี่ห้อไหนดี
ยาริดสีดวง ยี่ห้อไหนดี

โรคริดสีดวงเป็นโรคที่คนเป็นเยอะมาก บางคนสามารถทานยาแล้วหายได้โดยไม่ต้องหาหมอ ดังนั้นจึงเกิดคำถามว่าควรใช้ยาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี ที่จะช่วยให้อาการปวดและริดสีดวงหายไปได้เร็วและได้ผลที่สุด ซึ่งในปัจจุบันยาในท้องตลาดนั้นถือว่ามีหลากหลาย และยาแต่ละชนิดก็มีจุดดีจุดเด่นของตัวเอง ที่สำคัญก่อนซื้อใช้ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเสมอ ประเภทของยาริดสีดวงต่างๆ ยาเหน็บริดสีดวงดูปร็อค (Doproct) หากถามว่าคนที่เคยเป็นริดสีดวงจะใช้ยาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องเป็นยาเหน็บ โดยยาเหน็บ Doproct เป็นยาเหน็บที่มีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ มีความนิ่มและยืดหยุ่นพอประมาณ ซึ่งแนะนำให้เก็บไว้ในตู้เย็น และหากต้องการนำมาใช้ก็อาจจะแช่ในน้ำเพื่อให้นุ่มขึ้น จะได้สอดใส่บริเวณทวารหนักได้ง่าย ตัวยาจะเน้นลดการอักเสบ ลดอาการคันและบวมเป็นหลัก ยาทาดูปร็อคชนิดขึ้ผึ้ง (Doproct Oilment) เป็นยาที่ได้รับความนิยมอีกเช่นกัน เพราะการใช้งานนั้นใช้ง่าย โดยเฉพาะบางคนที่ไม่ถนัดใช้ยาเหน็บ ส่วนใหญ่เวลาถามหาครีมหรือยาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี ก็มักจะได้ยาดูปร็อคที่เป็นขี้ผึ้งกลับไปใช้ โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ hydrocortisone, zinc oxide และbenzocaine วิธีใช้ก็เพียงแค่ทาขี้ผึ้งบริเวณรอบทวารหนักเช้าเย็นวันละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยลดอาการปวดและคันได้พอสมควรเลยทีเดียว ยาริดสีดวงดาฟลอน (Daflon) เวลาไปร้านยาแล้วสงสัยว่ายาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี ก็มักจะได้ยาตัวนี้กลับมาเสมอ ต้องยอมรับเลยว่ายาดาฟลอน (Daflon) เป็นยาริดสีดวงที่มีประสิทธิภาพสูง และแพทย์นิยมสั่งจ่ายอันดับต้นๆ โดยยาดาฟลอนนั้นใช้ในการรักษาความผิดปกติของหลอดเลือด ซึ่งจะมีกลไกไปออกฤทธิ์ช่วยสร้างความแข็งแรงของหลอดเลือด ทำให้ริดสีดวงหดตัวและบรรเทาอาการปวดได้ ในการศึกษาวิจัยของประเทศออสเตรียในปี 2547 พบว่ายาดาฟลอน ทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้นในเวลาไม่นาน ยาเฮสเพอริดิน (Hesperidin) เป็นยาที่มีมีสารไบโอฟลาโวนอยด์เป็นหลัก ถือเป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการรักษาริดสีดวงได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะหากไปปรึกษาเภสัชกรว่าจะใช้ยาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี ก็มักจะได้ยาตัวนี้มาทานควบคู่กับยาดาฟลอนหรือไดออสมิน ยาเฮสเพอริดินจะทำหน้าที่หลักในการเยียวยาอาการที่เกี่ยวกับหลอดเลือดชนิดต่างๆ อาทิเช่น ริดสีดวง เส้นเลือดขอด โดยตัวยาจะช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยลดอาการอักเสบได้ดีอีกด้วย ยาซีดูออล (Siduol) เป็นยาที่มีสารผสมที่หลากหลาย และยังมี Rutin ซึ่งมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่หลอดเลือด นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอีกหลายตัวที่ช่วยลดอาการอักเสบบริเวณที่เป็นแผล รวมถึงช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้แผลมีการอักเสบ ดังนั้นเวลาค้นหาข้อมูลว่ายาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี ก็มักจะพบยานี้เป็นยาแนะนำอันดับแรกๆ เช่นเดียวกัน อย่ามัวแต่ถามหาว่ายาริดสีดวงยี่ห้อไหนดี การใช้ยานั้นจะดีขึ้นได้ก็ต้องอาศัยวินัยและการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้อาการริดสีดวงดีขึ้นไวที่สุด คือ การดูแลและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของตัวเราเอง เช่น การเลือกทานอาหารที่มีกากใยสูง การดื่มน้ำเยอะๆ ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ คาเฟอีน ออกกำลังกายเป็นประจำ และอีกหลายอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าตัวเราเองและความพยายามนั้นเป็นปัจจัยหลักในการรักษาร่างกายให้หายจากริดสีดวงได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด หากคุณกำลังมองหาสมุนไพรดีๆ เราแนะนำนวัตกรรมสมุนไพรอันดับ 1 ที่ช่วยบรรเทาและรักษาอาการริดสีดวง ปวดติ่ง ด้วย "สมุนไพรชัยพฤกษา" ที่เน้นการรักษาทั้งภายในและภายนอก ซึ่งได้รับมาตราฐาน อย และ GMP ที่เชื่อถือได้ อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรไทยที่รักษาปัญหาอย่างตรงจุดโดยไม่ต้องพึ่งยาอีกต่อไป

8 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงคืออะไร อันตรายอย่างไรบ้าง
ริดสีดวงคืออะไร อันตรายอย่างไรบ้าง

โรคที่สร้างความรำคาญและทำให้สูญเสียความมั่นใจมากที่สุดอีกโรคก็คือ ริดสีดวง แต่คนที่ไม่เคยเป็นมักจะถามว่าริดสีดวงคืออะไร แล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร ที่สำคัญหากเป็นริดสีดวงขึ้นมาจริงๆ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพขนาดไหน? เพราะคนที่ไม่เคยเป็นมักจะเคยได้ยินว่า ริดสีดวงคือ การถ่ายท้องที่ทำให้เลือดออก แถมอาจจะมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจนก่อให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้นลองมาทำความเข้าใจถึงโรคริดสีดวงกันอย่างถูกต้องก่อนเลยดีกว่า โรคริดสีดวง คือ การเกิดเป็นเส้นเลือดบวมในทวารหนักส่วนล่างคล้ายกับเส้นเลือดขอด ซึ่งริดสีดวงนั้นจะไปโผล่อยู่ช่วงทวารหนัก ทำให้แม้แต่การนั่งก็อาจจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้ โดยทั่วไปแล้วริดสีดวงสามารถเกิดขึ้นภายในทวารหนัก (ริดสีดวงทวารภายใน) หรือใต้ผิวหนังรอบทวารหนัก (ริดสีดวงทวารภายนอก) จากสถิติผู้ใหญ่เกือบ 3 ใน 4 คนเคยเป็นโรคริดสีดวงทวาร เห็นแบบนี้คงรู้แล้วว่าโรคริดสีดวงทวารคือ โรคที่ดูน่ารำคาญแต่ก็ไม่ได้อันตรายจนถึงแก่ชีวิต สาเหตุและต้นตอของโรคริดสีดวงทวาร ถึงแม้โรคริดสีดวงคือ โรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่อาการริดสีดวงคือ อาการที่บ่งชี้ว่าร่างกายของเราเริ่มผิดเพี้ยน เช่น การทานอาหาร การขับถ่าย รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่ล้วนส่งผลต่อการเกิดริดสีดวง ต้นตอของริดสีดวงคือ สิ่งสำคัญที่ถ้าหากเราเข้าใจก็สามารถป้องกันได้ ปกติการเกิดริดสีดวงมักจะเริ่มที่หลอดเลือดดำรอบทวารหนักโดนแรงกดจนบวม ประกอบกับสภาวะต่างๆ ดังนี้ - นั่งบนโถส้วมเป็นเวลานาน - มีอาการท้องร่วงหรือท้องผูกเรื้อรัง - เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกิน - อุจจาระแข็งทำให้ขับถ่ายลำบาก - มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก - การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยต่ำ - การยกของหนักเป็นประจำ อาการของโรคริดสีดวง ถึงแม้ริดสีดวงคือ โรคที่พบได้ทั่วไป แต่สำหรับอาการของโรคนั้นก็หนักหน่วงจนทำให้หลายคนทนทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก ในทางตรงข้ามหลายคนพบว่า ริดสีดวงคือ โรคที่ไม่ได้แสดงอาการออกมามากมายนัก เพราะในบางคนริดสีดวงอาจจะไม่มีอาการเจ็บปวด แต่พบอีกทีก็อาจจะมีเลือดออกปนกับอุจจาระจนต้องไปพบแพทย์ แต่โดยทั่วไปนั้นอาการแรกเริ่มส่วนใหญ่มักจะมีอาการคันและอาจมีเลือดออก หลายคนอาจมีอาการบวมและอักเสบร่วมด้วย ส่วนผู้ป่วยที่เป็นริดสีดวงทวารภายนอก มักจะมีแนวโน้มที่มีอาการเจ็บปวดมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคริดสีดวง ต้องบอกว่าแม้จะรู้ว่าพฤติกรรมหลายอย่างอาจจะก่อให้เกิดโรคริดสีดวง แต่เมื่อเราอายุมากขึ้นความเสี่ยงในการเป็นโรคริดสีดวงทวารจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างอัตโนมัติ นั่นเป็นเพราะเนื้อเยื่อที่รองรับหลอดเลือดดำในทวารหนักอาจอ่อนตัวหรือยืดตัว นอกจากนี้สตรีที่ตั้งครรภ์ก็อาจจะมีภาวะความเสี่ยงต่อโรคริดสีดวงด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าริดสีดวงคือ โรคที่มักจะเกิดในคนที่มีปัญหาเรื่องลำไส้หรือท้องผูกเป็นหลัก แต่สำหรับสตรีมีครรภ์อาจจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากน้ำหนักของทารกจะกดดันบริเวณทวารหนัก ซึ่งส่งผลต่อการเป็นริดสีดวง ภาวะแทรกซ้อนของโรคริดสีดวง ถึงแม้โรคริดสีดวงคือ โรคที่รักษาด้วยยาที่หาซื้อทั่วไปได้ แต่ถ้าหากเกิดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยควรจะไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ไวที่สุด โรคโลหิตจาง การเสียเลือดเรื้อรังจากโรคริดสีดวงทวาร อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ เพราะจำนวนเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอที่จะนำออกซิเจนไปยังเซลล์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ริดสีดวงทวารที่บีบรัด อาการนี้จะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ลิ่มเลือด ในบางครั้งเส้นเลือดขอดอาจจะก่อตัวเป็นลิ่มเลือด ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดอย่างมาก และบางครั้งก็อาจจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

8 เดือน ที่แล้ว ถ่ายเป็นเลือด ลางร้ายบอกเหตุอาการริดสีดวง จริงหรือ ?
ถ่ายเป็นเลือด ลางร้ายบอกเหตุอาการริดสีดวง จริงหรือ ?

คนปกติแค่ไม่ได้ถ่ายท้องวันเดียว หรือขับถ่ายลำบากก็ทำให้กังวลอยู่แล้ว แต่ถ้าหากใครถ่ายเป็นเลือด รับรองว่าอาการตกใจต้องเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอย่างแน่นอน หลายคนมักจะคิดไปไกลว่าเป็นโรคร้ายอย่างมะเร็งหรือไม่ ซึ่งการถ่ายเป็นเลือดทางการแพทย์มักจะบอกเสมอว่า เป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสับสนว่าตนเป็นมะเร็งหรือเป็นริดสีดวงกันแน่ ดังนั้นมาดูต้นตอสาเหตุและอาการเพื่อความกระจ่างกันเลยดีกว่า ทำไมถึงถ่ายเป็นเลือด? ถ้าหากเข้าห้องน้ำแล้วมีการถ่ายเป็นเลือดออกทางทวารหนัก อาจเป็นสัญญาณโรคที่หลากหลายได้ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้แปรปรวน กระเพาะอาหาร และริดสีดวงทวารหนัก สีที่ถ่ายออกมามักจะแตกต่างกันตั้งแต่สีแดงสดไปจนถึงสีแดงเข้ม หรือสีดำ ซึ่งสีของเลือดอาจจะบอกอะไรได้มากมายดังนี้ - เลือดสีแดงสดมักหมายถึงเลือดออกที่ลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก - เลือดสีแดงเข้มหรือสีน้ำตาลแดง อาจจะมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่หรือในลำไส้เล็ก - สีเข้ม (Melena) มักจะเกิดจากเลือดออกในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้การที่ถ่ายเป็นเลือดอาจจะเกิดจากอุจจาระที่แข็งมากเป็นพิเศษ ซึ่งอุจจาระแข็งทำให้เกิดริดสีดวงทวารและทำให้เลือดออกได้เช่นกัน โดยการถ่ายเป็นเลือดแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับริดสีดวงทวารทั้งภายในและภายนอก ในบางกรณีริดสีดวงทวารอาจแตก ส่งผลให้มีเลือดออกหรือถ่ายเป็นเลือดได้เช่นเดียวกัน ข้อพึงระวังสำหรับคนที่ถ่ายเป็นเลือด จากริดสีดวง การที่ถ่ายเป็นเลือดมักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการตกใจ แต่ทั้งนี้หากรู้สาเหตุของเลือดออกที่ชัดเจน หรือหากยังมีเลือดออกอยู่เรื่อยๆ ภายในหนึ่งสัปดาห์แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยที่แน่นอน เพราะอย่างที่บอกว่าทางการแพทย์สามารถวิเคราะห์โรคต่างๆ ได้อย่างแน่นอนกว่า รวมถึงโรคมะเร็ง ริดสีดวง และโรคลำไส้อักเสบ (IBD) ซึ่งอาจมีอาการที่ใกล้เคียงกัน การดูแลตัวเองเบื้องต้นจากการถ่ายเป็นเลือด ถ้าหากการถ่ายเป็นเลือดนั้นพบว่าเป็นริดสีดวงผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้อย่างง่ายๆ ดังนี้ แช่น้ำอุ่น แนะนำให้นั่งในอ่างอาบน้ำเพื่อให้ทวารหนักได้แช่ในน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยผ่อนคลายอาการปวด โดยการเตรียมตัวก็ง่ายมากเพียงใช้น้ำอุ่นพอประมาณ และอาจเติมเกลือเอปซอมลงในน้ำ ใช้ทิชชู่เปียก หลายครั้งมักพบว่ากระดาษชำระอาจจะหยาบและระคายเคืองต่อผิวที่เป็นริดสีดวงทวารภายนอกมากเกินไป ขอแนะนำให้ลองใช้ทิชชูเปียกสำหรับเด็กที่อ่อนโยนต่อผิว หรือจะลองใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำ สำหรับทิชชูเปียกแนะนำให้เลือกชนิดที่ไม่มีสารระคายเคืองจะปลอดภัยต่อผิวหนังบริเวณที่เป็นริดสีดวงมากที่สุด ประคบเย็นเข้าช่วย ลองมองหาเจลแพคหรือห่อประคบเย็นด้วยผ้าขนหนู แล้วนั่งทับเพื่อลดการอักเสบและทำให้บริเวณทวารหนักและริดสีดวงมีอาการดีขึ้น แนะนำให้ใช้เวลาครั้งละไม่เกิน 20 นาทีในการประคบเย็น หลีกเลี่ยงการรัดหรือนั่งบนโถส้วมเป็นเวลานาน การนั่งนานๆ ในห้องน้ำสามารถสร้างแรงกดให้เกิดโรคริดสีดวงทวารได้มากขึ้น นอกจากนี้การนั่งทำงานเป็นระยะเวลานานๆ ก็อาจจะทำให้ปวดแผลได้เช่นกัน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8 แก้ว การดื่มน้ำมาก ๆ ตลอดทั้งวันจะช่วยลดอาการท้องผูก และทำให้ขับถ่ายได้สะดวกมากขึ้น กินไฟเบอร์ แนะนำให้เพิ่มอาหารที่มีเส้นใยสูงลงในอาหารมื้อหลักของคุณเช่น เมล็ดธัญพืชผักและผลไม้สด วิธีนี้สามารถช่วยป้องกันอาการท้องผูกและอุจจาระแข็งผิดปกติได้เช่นกัน ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน การออกกำลังกายอยู่เสมอเป็นประจำ จะช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหว และลดอาการท้องผูก

8 เดือน ที่แล้ว ดูอาการริดสีดวงด้วยตัวเอง ระยะไหนควรผ่าตัด?
ดูอาการริดสีดวงด้วยตัวเอง ระยะไหนควรผ่าตัด?

ถึงริดสีดวงจะเป็นแล้วรักษาให้หายได้ แต่บางคนเป็นเรื้อรังจนต้องมาปรึกษาว่าเป็นริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? ซึ่งถ้าให้เลือกได้ผู้ป่วยริดสีดวงทุกคนก็อยากจะหลีกเลี่ยงการผ่าตัดกันทั้งนั้น แต่ก่อนอื่นอยากให้ลองศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทและอาการของโรคกันก่อนว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? เพราะส่วนใหญ่แล้วหลายท่านก็สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องผ่านมีดหมอ หรือหากต้องเข้ารับการผ่าตัดริดสีดวงจริงๆ เดี๋ยวนี้ก็มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเข้ามาช่วยในการผ่าตัดให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว โรคริดสีดวงทวารมี 2 ประเภท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น ซึ่งมักจะสอดคล้องกับข้อสงสัยที่ว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? ริดสีดวงทวารภายนอก ถ้าเป็นแบบริดสีดวงภายนอกมักจะมีอาการคันหรือระคายเคืองในบริเวณทวารหนัก รู้สึกปวดมีอาการบวม และอาจจะมีเลือดออกบ้าง หลายคนอาจจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นในเวลานั่ง ริดสีดวงทวารภายในริดสีดวงชนิดนี้จะก่อตัวขึ้นภายในเยื่อบุทวารหนักส่วนล่าง ซึ่งมองไม่เห็นเพราะเกิดขึ้นภายในทวาร แต่ก็จะมีอาการเจ็บปวดและระคายเคือง อาจจะมีเลือดออกระหว่างการขับถ่าย และอาจจะมีติ่งโผล่ยื่นออกมาจากทวารหนัก แล้วริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? การพิจารณาการผ่าตัดริดสีดวงนั้นมักจะมีหลายสาเหตุประกอบกัน ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะพิจารณาว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? ตามประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ - เป็นทั้งริดสีดวงทวารทั้งภายในและภายนอก - มีโรคริดสีดวงทวารภายในระดับ 3 หรือ 4 และอาจจะมีติ่งเนื้อห้อยออกมา หมายความว่าริดสีดวงทวารกำลังจะหลุดออกจากทวารหนัก - ผ่านการรักษาหลายแบบ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งไม่ได้จำกัดว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? แต่สร้างความเจ็บปวดและทรมานให้ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก - มีเลือดออกจำนวนมากจากริดสีดวง - มีริดสีดวงทวารภายในที่บีบรัด โดยกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักตัดเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ - ผู้ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารที่มีลิ่มเลือด ใครที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด คนที่เป็นๆ หายๆ จากริดสีดวงมักสงสัยอยู่แล้วว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? แต่ต้องบอกก่อนว่าการผ่าตัดไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน แม้ว่าการวินิจฉัยจะเข้าข่ายตามข้างต้นก็ตาม ดังนั้นลองสำรวจตนเองดูก่อนว่าคุณมีลักษณะอาการตามนี้หรือไม่ หากใช่การผ่าตัดอาจจะไม่เหมาะกับคุณ - มีโรคริดสีดวงทวารขนาดเล็ก - สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการรับประทานอาหาร ซึ่งสามารถบรรเทาอาการริดสีดวงได้ - กำลังตั้งครรภ์ - ทานยาบางชนิดที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเลือด - มีอาการป่วยรุนแรงหรือติดเชื้อ ถึงตรงนี้ผู้อ่านคงพอทราบแล้วว่าเป็นริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? แต่สิ่งที่สำคัญคือ ถ้าหากคุณเริ่มรู้สึกว่าริดสีดวงเริ่มรบกวนชีวิตประจำวันมากเกินไป ก็แนะนำให้ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตดู แต่หากทั้งหมดนี้ยังไม่สามารถตอบคำถามว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? แนะนำให้ลองปรึกษาแพทย์ ส่วนใหญ่มักจะพบว่าการผ่าตัดมักจะเป็นทางเลือกท้ายๆ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาในรูปแบบอื่น นอกจากนี้ยังพบว่าการผ่าตัดเอาริดสีดวงทวารหรือที่เรียกว่า hemorrhoidectomy นั้นมักจะเหมาะกับการรักษาริดสีดวงทวารขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดอาการปวดหรือมีเลือดออกมาก ทั้งหมดนี้ผู้ป่วยควรให้แพทย์วินิจฉัยโดยตรงว่าริดสีดวงระยะไหนควรผ่าตัด? ซึ่งแน่นอนว่าจะได้รับคำตอบที่เหมาะสมที่สุดนั่นเอง

8 เดือน ที่แล้ว โรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้างกับ 3 อาหารต้องห้ามที่ทุกคนควรรู้
โรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้างกับ 3 อาหารต้องห้ามที่ทุกคนควรรู้

เมื่อเป็นริดสีดวงแล้ว นอกจากทานยาหาหมอแล้ว เรื่องอาหารก็ต้องระวังด้วย อย่างน้อยก็ควรรู้ว่าเป็นโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง เพราะมีอาหารหลายตัวที่กระตุ้นให้อาการแย่ลงกว่าเดิมได้ ดังนั้นการใส่ใจในการเลือกทานจึงเป็นปัจจัยสำคัญเลยทีเดียว แต่ก่อนที่จะรู้ว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง เราควรทราบถึงประเภทของริดสีดวงกันแบบเบื้องต้นกันก่อนดังนี้ เป็นริดสีดวงแบบไหน? ริดสีดวงภายใน : เกิดขึ้นในช่องทวารหนัก แต่ในหลายกรณีก็จะมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนัก ทำให้รู้สึกเจ็บได้เช่นเดียวกัน ริดสีดวงภายนอก : มีการบวมรอบ ๆ ทวารหนัก ทำให้มีอาการเจ็บปวดอย่างมากอีกด้วย นอกจากการไปพบแพทย์หรือรับประทานยา การเลือกทานอาหารก็สำคัญเช่นเดียวกัน ดังนั้นควรทำความเข้าใจกันก่อนเลยว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง หรืออาหารแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยง คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีแล้ว หากถามว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง ต้องบอกว่าข้าวและแป้งที่ขัดข้าวถือเป็นตัวการสำคัญ เพราะเป็นอาหารพื้นฐานอันดับหนึ่งที่เรารับประทานตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ผ่านการขัดสี ทำให้เนื้อมีสีขาว และมีสัมผัสที่อร่อย แต่รู้ไหมว่าการทานข้าวหรือแป้งที่ขัดสีนั้น ทำให้ไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารลดลงเป็นจำนวนมาก โดยลองเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ขนมปังขาว 1 ชิ้น มีเส้นใยเพียง 0.6 กรัม ซึ่งจากข้อมูลวิจัยของ US National Academy of Sciences Research Council พบว่าการทานขนมปังขาว 4 แผ่นให้ปริมาณเส้นใยประมาณ 6 % ของความต้องการไฟเบอร์ในแต่ละวันเท่านั้น ซึ่งปกติร่างกายของเราต้องการจำนวนไฟเบอร์มากกว่านั้นเป็นเท่าตัว ดังนั้นถามหมอว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง ก็คงได้รับคำตอบว่าอาหารเหล่านี้นี่แหล่ะที่ควรลดปริมาณหรือทานให้น้อยลงได้จะดีที่สุด อาหารแช่แข็งและอาหารฟ้าสต์ฟู้ด อาหารเหล่านี้ถือว่าเป็นอาหารที่เราหาทานได้ง่ายและสะดวกสบายเป็นที่สุด แต่รู้ไหมว่าถ้าไปพบแพทย์ก็จะได้รับคำแนะนำว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง จะต้องมีรายชื่ออาหารเหล่านี้เป็นแน่แท้ เนื่องจากในอาหารแช่แข็งและฟ้าสต์ฟู้ดนั้นมักจะมีเกลือหรือปริมาณโซเดียมที่สูงกว่าอาหารทั่วไป ซึ่งเกลือจะทำให้ร่างกายต้องการน้ำ และจะทำให้หลอดเลือดมีแรงกดดันมากขึ้น ซึ่งรวมถึงเส้นเลือดที่บริเวณทวารหนักของเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทานอาหารประเภทนี้อาจจะเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงทวาร แอลกอฮอล์และคาเฟอีน หลายคนบอกว่าขาดเครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว แต่รู้ไหมว่าถ้ามานั่งจับเข่าคุยกันว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง เครื่องดื่มจำพวกแอลกอฮอล์และชากาแฟ จะถูกยกมาเป็นของต้องห้ามอันดับแรกๆ เลย เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้อุจจาระแห้ง และขับถ่ายยากขึ้น ยิ่งหากเป็นโรคริดสีดวงอยู่แล้ว ก็อาจจะส่งปัญหาและทำให้มีอาการปวดรุนแรงขึ้นอีกด้วย ในเมื่อเรารู้แล้วว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง และควรเลือกกินอะไร ก็ควรหมั่นเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ ข้าวและแป้งที่ไม่ขัดสี อย่างเช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต รวมไปถึงพยายามลดโซเดียม และดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อีกหน่อยก็จะไม่ต้องมานั่งกังวลต่อไปอีกแล้วว่าโรคริดสีดวงห้ามกินอะไรบ้าง เพราะร่างกายเราจะแข็งแรง และสามารถทานทุกอย่างได้ถ้าหากเลือกทานให้เป็นในปริมาณที่เหมาะสม

8 เดือน ที่แล้ว วิธีออกกำลังกายง่ายๆสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวาร
วิธีออกกำลังกายง่ายๆสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวาร

รู้ไหมว่าการออกกำลังกายช่วยบรรเทาอาการริดสีดวงได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารที่ทั้งลดอาการปวดเจ็บแสบ แถมยังช่วยให้แผลหายเร็วนั้นมีอยู่หลากหลายวิธี แต่หลายคนยังสงสัยอยู่ว่าจะออกกำลังกายไปทำไมกัน ริดสีดวงควรจะรักษาด้วยการทานยามากกว่าหรือเปล่า หากใครยังสงสัยหรือไม่มั่นใจ แนะนำให้อ่านให้จบจะไขข้อข้องใจได้แน่นอน โรคริดสีดวงและวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารนั้นมีประโยชน์จริงหรือ? การออกกำลังกายที่เหมาะสมเป็นการช่วยเยียวยาอาการริดสีดวงได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะถ้าหากเรารู้ถึงวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารอย่างถูกต้องนั้น จะทำให้อาการปวดคลายลงได้อย่างรวดเร็ว เพราะการออกกำลังกายจะช่วยรักษาและป้องกันเส้นเลือดที่บวมรอบทวารหนักได้ นอกจากนี้หากเราออกกำลังกายเป็นประจำก็จะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น แถมยังช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้อย่างดีอีกด้วย รู้แล้วแบบนี้มาดูวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารกันเลยดีกว่า สร้างกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกราน กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานที่แข็งแรงจะช่วยให้ขับถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น เพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและป้องกันการรัดตัวของเส้นเลือด เทคนิคบริหารกล้ามเนื้อถือเป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารที่มีประโยชน์มากเลยทีเดียว วิธีทำก็ง่ายมาก เพียงนอนหงายยกขาตั้งขึ้นชัน และให้ลองขมิบหรือกร็งกล้ามเนื้อทวารค้างไว้ 5 วินาที แล้วผ่อนคลาย จากนั้นทำซ้ำอีก 5 ครั้ง แค่นี้ก็สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้แล้ว ฝึกหายใจให้ลึก หากใครที่เคยเรียนโยคะจะรู้จักกันดีว่าการหายใจมีความสัมพันธ์กับการออกแรงมากขนาดไหน โดยในการฝึกหายใจจะเป็นตัวช่วยบรรเทาความตึงเครียดของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน และช่วยผ่อนคลายส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างดีอีกด้วย การทำโยคะท่า Balasana โยคะหลายท่าถือเป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารที่เหมาะสมและได้ผลดีเยี่ยม โดยท่านี้จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณรอบทวารหนัก และบรรเทาอาการท้องผูกในขณะที่ผ่อนคลายหลังส่วนล่างสะโพกและขา ในศาสตร์ของโยคะนั้นถือว่า ท่านี้เป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารที่ได้ผลมาก เพราะช่วยนวดอวัยวะภายในให้แก่ร่างกาย โดยไปเพิ่มแรงกดที่ท้องส่วนล่าง ซึ่งขณะทำให้วางหมัดหรือฝ่ามือซ้อนกันในบริเวณนี้ เดินออกกำลังกายเป็นประจำ วิธีนี้ถือเป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารที่ง่ายที่สุด และไม่ต้องฝึกหัดอะไรให้ยุ่งยากเลย ที่สำคัญเราสามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอให้ว่างด้วย เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องมีโอกาสเดินบ้างในแต่ละวัน และถ้าหากมีเวลาก็ขอแนะนำให้เดินออกกำลังกายซัก 30 นาที ถ้าจะให้ดีให้ลองเดินเร็วดู เพราะการเพิ่มความเร็วจะช่วยให้ปอดทำงานได้ดี ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเสริมสร้างกล้ามเนื้อในร่างกายส่วนล่างและบริเวณทวารหนักอีกด้วย ดังนั้นการเดินจึงถือเป็นวิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารที่ใครๆ ก็ทำได้ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรัง เมื่อรู้วิธีออกกำลังกายสำหรับคนเป็นริดสีดวงทวารแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้องหมั่นออกกำลังกายให้เป็นประจำ เพราะการออกบ้างไม่ออกบ้างอาจจะไม่สามารถบรรเทาอาการได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดและเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ มีเส้นใยไฟเบอร์สูงเพื่อช่วยในการขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น

8 เดือน ที่แล้ว รักษาริดสีดวงรักษาได้ด้วยตัวเองได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งหมอ
รักษาริดสีดวงรักษาได้ด้วยตัวเองได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งหมอ

เบื่อกับอาการเป็นๆ หายของโรคริดสีดวงเสียเหลือเกิน บางคนเป็นบ่อยจนเริ่มรู้แนวทางในการรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองแล้วด้วย เพราะหายแล้วก็กลับมาเป็นซ้ำจนเริ่มเชี่ยวชาญ แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเคยเป็นครั้งแรก จะหาหมอก็ยังอาย คราวนี้เรามีข่าวดีในการรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองมาฝาก เพื่อจะได้ทุเลาอาการให้หายไวได้กว่าเดิมอีกด้วย เลือกทานอาหารให้ถูกก็รักษาริดสีดวงด้วยตัวเองได้แล้ว วิธีนี้เป็นวิธีการรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองที่ง่ายที่สุด เพราะการทานอาหารที่มีกากในไฟเบอร์สูง ก็ทำให้หายท้องผูกซึ่งสามารถทุเลาความเจ็บปวด และทำให้ริดสีดวงค่อยๆ ดีขึ้นได้ เช่น - ถั่วชนิดต่างๆ การทานอาหารประเภทถั่วนั้นบอกเลยว่าทานง่าย และอร่อยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เราก็สามารถเลือกได้ตามความชอบเลยทีเดียว แต่ประโยชน์ที่เด่นชัดของถั่วนั้นก็คือ เส้นใยจากถั่ว ทั้งชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ โดยเส้นใยที่ละลายน้ำจะก่อตัวเป็นเจลในระบบทางเดินอาหาร และย่อยได้โดยแบคทีเรียชนิดที่ดี ส่วนไฟเบอร์ที่ไม่ละลายน้ำจะช่วยทำให้อุจจาระมีปริมาณมากขึ้น - ธัญพืช ธัญพืชมีคุณสมบัติคล้ายถั่ว และเป็นแหล่งพลังงานที่มีประโยชน์ แถมช่วยให้เรารักษาริดสีดวงด้วยตัวเองได้อีกด้วย เพราะในธัญพืชจะมีจมูกข้าวรำและเอนโดสเปิร์มซึ่งเต็มไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญต่อการขับถ่ายอย่างเส้นใยอาหาร ซึ่งจะไปช่วยในเรื่องการขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น ผลก็คือ ลดความเจ็บปวดและค่อยๆ เยียวยาอาการริดสีดวงให้ดียิ่งขึ้น - บรอกโคลีและผักที่มีหัว ลองเลือกทำอาหารด้วยบรอกโคลี หรือผักที่มีหัวเช่น ผักกะหล่ำเพราะทั้งมีประโยชน์และช่วยให้เราสามารถรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองไปในตัว เพราะผักชนิดนี้จะมีเส้นใยค่อนข้างสูง เช่น บรอคโคลีมีเส้นใย 2 กรัม การทานผักเหล่านี้จะช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระและทำให้ถ่ายท้องได้เป็นปกติ ยาสมุนไพรตำรับแพทย์แผนไทย ต้องบอกว่าสมุนไพรไทยของเราก็มีหลากหลายสูตรที่นำมาใช้เป็นยารักษาริดสีดวงด้วยตัวเอง โดยเพียงแค่ใช้สมุนไพรและปรับพื้นฐานการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นก็ช่วยได้เยอะทีเดียว ยาสมุนไพรยอดนิยม เช่น ยาผสมเพชรสังฆาต รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร ส่วนอีกตำรับหนึ่งก็คือ ยาริดสีดวงมหากาฬ ซึ่งมักผลิตออกมาเป็นแบบแคปซูล โดยรับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง แต่หากมีโรคประจำตัวหรือตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ ใช้น้ำอุ่นช่วยบรรเทาอาการ โดยทั่วไปแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำให้ผู้ที่มีอาการปวดริดสีดวงทวารนั่งแช่ในน้ำอุ่นเป็นเวลา 15 นาที วันละหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการถ่ายท้องหนัก วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ทำได้ที่บ้าน แถมยังเป็นการรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองแบบประหยัดและปลอดภัยอีกด้วย ประคบเย็นลดอาการปวด สูตรนี้เป็นการรักษาริดสีดวงด้วยตัวเองที่นั่งอยู่เฉยๆ ก็ทำได้ โดยการใช้ประคบเย็นเข้าช่วย เพียงหาถุงใส่น้ำแข็ง หรือเจลประคบแบบที่แช่ช่องแข็ง มาประคบบริเวณที่ปวดในช่วงที่มีอาการ ซึ่งการประคบแบบนี้จะช่วยลดอาการปวด และลดอาการห้อเลือดและหมองคล้ำของผิวบริเวณที่อักเสบลงได้

8 เดือน ที่แล้ว ริดสีดวงทวารหนัก โรคใกล้ตัว ที่รักษาเองได้
ริดสีดวงทวารหนัก โรคใกล้ตัว ที่รักษาเองได้

ปัญหาที่แก้ไม่ตกของใครหลายคนก็คือ โรคริดสีดวงทวารหนักที่เกิดจากการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งจะไปปรึกษาใครก็เขินจนไม่อยากจะเล่า จะไปหาหมอก็ต้องเผยส่วนสงวนจนอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ถึงแม้โรคนี้จะไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ชีวิตติดขัดและยุ่งยากพอสมควรเลยทีเดียว เพราะหลายครั้งที่เป็นริดสีดวงทวารหนัก มักจะมีอาการข้างเคียงอื่นๆ มารุมเร้าเพิ่มอีกด้วย ภาวะแทรกซ้อนของโรคริดสีดวง ลำพังแค่เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักก็แสนจะทรมานแล้ว การเกิดอาการแทรกซ้อนจะทำให้คนที่เป็นริดสีดวงทวารหนักมีอาการเจ็บปวดมากกว่าเดิม ดังนั้นแนะนำว่าถ้าหากเริ่มมีอาการแทรกซ้อน หรือมีผลกระทบจากริดสีดวงทวารหนักค่อนข้างรุนแรงควรไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด โรคโลหิตจาง เมื่อร่างกายเกิดการสูญเสียเลือดเรื้อรังจากโรคริดสีดวงทวารหนัก ก็ทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้ เพราะเวลาเป็นริดสีดวงทวารหนัก เลือดมักจะไหลออกมา ซึ่งทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอที่จะนำออกซิเจนไปเลี้ยงยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย ริดสีดวงทวารหนักที่บีบรัด หากเลือดไปเลี้ยงติ่งริดสีดวงค่อนข้างเยอะ อาการ "บีบรัด" ก็อาจจะมีมากขึ้น ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ลิ่มเลือดอุดตัน ในบางครั้งอาจจะเกิดลิ่มเลือดที่ก่อตัวจากริดสีดวงทวารหนัก ซึ่งทำให้เกิดอาการอักเสบ บวมบริเวณทวาร สร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ไปพบแพทย์จะโดนตรวจอะไรบ้าง? โดยทั่วไปอาการของโรคริดสีดวงทวารหนักที่เจออยู่บ่อยๆ ก็คือ อาการคัน ปวดทวารหนักหรือมีก้อนเนื้อและมีเลือดออก ซึ่งหากไปพบแพทย์ก็มักจะมีการวินิจฉัยโดยการซักประวัติและตรวจร่างกาย ประวัติคนไข้จะมีข้อมูลบ่งชี้ของการเกิดริดสีดวง ได้แก่อาการท้องผูก การเข้าห้องน้ำนาน น้ำหนักตัวเยอะ ตั้งครรภ์ นอกจากนี้อาจมีคำถามอื่น ๆ เพื่อหาสาเหตุของเลือดออกทางทวารหนักเช่น เนื้องอก โรคลำไส้อักเสบ และเลือดออกในทางเดินอาหาร เป็นต้น การรักษาและดูแลตัวเองที่บ้าน กินอาหารที่มีกากใยสูง กินผักผลไม้และเมล็ดธัญพืชให้มากขึ้น เพราะจะทำให้อุจจาระนิ่มลง และถ่ายได้เยอะขึ้นซึ่งสิ่งเหล่านี้จะป้องกันการบีบรัดที่อาจทำให้โรคริดสีดวงทวารหนักมีอาการแย่ลง แต่แนะนำว่าให้เพิ่มกากใยอาหารอย่างช้าๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเกี่ยวกับการเกิดแก๊สในกระเพาะ ดื่มน้ำ แนะนำให้ดื่มน้ำ 6 – 8 แก้ว ในแต่ละวันเพื่อช่วยให้อุจจาระนิ่มและถ่ายคล่องขึ้น พิจารณาอาหารเสริมไฟเบอร์ คนที่ท้องผูกมักจะไม่ได้รับไฟเบอร์ในปริมาณที่พอเพียงในแต่ละวัน ซึ่งคือ 20 ถึง 30 กรัมต่อวัน ดังนั้นลองหาซื้ออาหารเสริมไฟเบอร์ประเภทที่ชงละลายทานกับน้ำ หรือจะลองทานเม็ดแมงลัก ผักผลไม้ที่มีเส้นใยแทนก็ช่วยได้เช่นกัน ดื่มน้ำตามหลังทานอาหารเสริมไฟเบอร์ สำคัญมากสำหรับคนที่ทานอาหารเสริมที่มีไฟเบอร์ ควรจะดื่มน้ำตามเยอะๆ และทานน้ำให้ได้อย่างน้อย 8 แก้วทุกวัน มิฉะนั้นไฟเบอร์อาจทำให้ท้องผูกหรือมีอาการแย่ลงได้ อย่าใส่เสื้อผ้าที่รัดมากเกินไป การใส่เข็มขัดที่รัดแน่น โดยเฉพาะเมื่อเบ่งอุจจาระจะสร้างแรงกดดันให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักส่วนล่างมากขึ้น ออกกำลังกาย ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดแรงกดของหลอดเลือดดำซึ่งอาจเกิดขึ้นกับการยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน การออกกำลังกายยังช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินที่อาจเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงทวารได้ หลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งในห้องน้ำเป็นเวลานาน เพราะสามารถเพิ่มแรงกดให้กับเส้นเลือดในทวารหนักได้เช่นกัน

9 เดือน ที่แล้ว สมุนไพรแพทย์แผนไทยเยียวยาริดสีดวงได้จริงพร้อมงานวิจัยรองรับ
สมุนไพรแพทย์แผนไทยเยียวยาริดสีดวงได้จริงพร้อมงานวิจัยรองรับ

ใครที่กำลังเป็นริดสีดวงแล้วลองผิดลองถูกแต่ไม่หายซักที อยากจะแนะนำให้ลองเริ่มศึกษาแพทย์แผนไทยดูก่อน เพราะตำรับยาไทยโบราณนั้นถือว่ามีสรรพคุณไม่แพ้ยาตำรับนอกเลยทีเดียว แถมข้อดีก็ยังมีอีกเยอะ เช่น ไม่ปรุงแต่งสารเคมีที่มีอันตรายต่อร่างกาย ใช้ส่วนผสมหลักจากสมุนไพรไทยพื้นบ้านที่หาได้ง่าย เป็นการส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยไม่ให้หายไปตามกาลเวลา ที่สำคัญตำรับแพทย์แผนไทยของเรานั้นมีหลายสูตรให้เลือกมากมาย และราคาก็ย่อมเยากว่ายาฝรั่งอีกด้วย วิธีใช้ถือเป็นจุดสำคัญในการเริ่มต้นรักษาตนเองจากโรคริดสีดวงในตำราแพทย์แผนไทย เพราะหลายสูตรหลายขนานส่วนผสมก็อาจจะต่างกันไป ดังนั้นลองมาทำความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งว่าสมุนไพรไทยชนิดไหนเหมาะกับนำมาใช้รักษาริดสีดวงกันบ้างดีกว่า โดยข้อมูลที่จะนำมาแบ่งกันในวันนี้จะมีทั้งสมุนไพรแพทย์แผนไทยที่ผ่านการวิจัยและรับรองแล้วว่ามีคุณสมบัติเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในสูตรยาแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน และบางส่วนยังเป็นตำรับยาแพทย์แผนไทยที่ถูกบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติอีกด้วย ยาผสมเพชรสังฆาต ในสูตรของบัญชียาหลักแห่งชาติจะเป็นสูตรที่ 1 ซึ่งมีเถาเพชรสังฆาตเป็นส่วนผสมหลัก รากอัคคีทวาร โกฐน้ำเต้า ส่วนในสูตรที่ 2 จะมีส่วนผสมเถาเพชรสังฆาต และจะมี กะเม็ง โกฐน้ำเต้า หัวกระชาย เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย โดยทั้งสองสูตรแนะนำให้ทานตามปริมาณที่แพทย์แผนไทยกำหนดไว้วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ข้อควรรู้: ยาทั้ง 2 สูตรอาจจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ นอกจากนี้สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา ยาริดสีดวงมหากาฬ ส่วนใหญ่จะนำมาผสมเป็นยาเม็ดแคปซูลหรือลูกกลอน เพื่อทำให้ทานได้ง่ายขึ้น ซึ่งยาแพทย์แผนไทยตำรับนี้มีส่วนประกอบค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว โดยจะมีเมล็ดลูกจันท์ ขอบชะนางแดง ขอบชะนางขาว โกฐกักกรา โกฐสอ โกฐจุฬาลำพา โกฐก้านพร้าว โกศพุงปลา เทียนดำ เทยีนแดง เทียนขาว เทียนข้าวเปลือก เทยีนตาตั๊กแตน แก่นสนเทศ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ เถาสะค้าน เปลือกสมุลแว้ง ดอกดปีลี พริกไทยล่อน เหง้าขิง และเปลือกอบเชยเทศ ข้อควรรู้: สำหรับคนที่มีการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม รวมถึงยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา นอกจากนี้สตรีที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเช่นเดียวกัน ยาเบญจโลกวิเชียร ถือเป็นยาที่ใช้ในแพทย์แผนไทยกันมาอย่างช้านาน จนสมุนไพรบางตัวเริ่มจะทยอยลดน้อยลงไป เพราะมีการนำไปใช้เยอะมาก นอกจากนี้อัตราการปลูกพืชสมุนไพรเหล่านี้ก็ลดน้อยลงมากเช่นกัน โดยยาเบญจโลกวิเชียรนั้นช่วยในเรื่องการถอนพิษไข้ ช่วยลดการอักเสบ ต้านแบคทีเรีย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สูง รวมถึงออกฤทธิ์ช่วยลดอาการปวดได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย นอกจากนี้ในงานวิจัยยังพบว่ายาแพทย์แผนไทยตำรับนี้ยังช่วยในเรื่องของไข้มาเลเรียได้ โดยส่วนผสมของยาชนิดนี้จะนิยมนำเอารากของสมุนไพร 5 ชนิด ซึ่งประกอบด้วย รากคนฑา รากชิงซี่ รากย่านาง รากท้าวยายม่อม และรากมะเดื่อชุมพร มาผสมและต้มกับน้ำ ให้ดื่ม 3 ใน 4 ส่วนของแก้ว โดยดื่มก่อนรับประทานอาหาร 3 มื้อ จนกว่าจะหาย ข้อควรรู้: จริงๆ แล้วยาเบญจโลกวิเชียรมีความปลอดภัยและผ่านการทดสอบการแพ้ แต่ด้วยตัวยาแพทย์แผนไทยสูตรนี้จะมีสรรพคุณในการถอนไข้ ดังนั้นหากผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะเป็นไข้เลือดออกไม่ควรรับประทาน เพราะอาจจะทำให้แพทย์ตรวจไม่พบอาการไข้เลือดออกที่แท้จริงได้

9 เดือน ที่แล้ว วิธีป้องกันดูแลรักษาโรคริดสีดวงได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
วิธีป้องกันดูแลรักษาโรคริดสีดวงได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

จะหาหมอก็อาย แต่ปวดติ่งเสียเหลือเกิน แม้จะอยู่นิ่งๆ ก็ยังเจ็บ หากกำลังมีอาการแบบนี้อยู่แสดงว่า “โรคริดสีดวง” กำลังแวะเข้ามาทักทายคุณให้เข้าแล้ว แต่จะเป็นมากหรือเป็นน้อยขนาดไหน ต้องขึ้นอยู่กับระดับและอาการของโรค สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเลยก็คือ การดูแลตัวเองระหว่างที่กำลังเป็นโรคริดสีดวง เพราะหากรักษาและดูแลตัวดีๆ แต่เนิ่นๆ ก็มีแนวโน้มที่จะเจ็บปวดน้อยลง แถมยังหายเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นให้รีบสังเกตตัวเองก่อนเลยว่า กำลังเจอกับปัญหาโรคริดสีดวงรุมเร้าอยู่บ้างหรือไม่ โรคริดสีดวงภายในหรือภายนอก ทั้งสองแบบจะมีความแตกต่างกันดังนี้คือ ริดสีดวงภายนอก จะมีอาการปวดปะทุอยู่บริเวณใต้ผิวหนังรอบทวารหนัก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการคันหรือระคายเคืองบริเวณทวารหนัก อาจจะมีอาการปวดบวมร่วมด้วย จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับระดับที่เป็น นอกจากนี้ในคนไข้บางรายอาจจะมีเลือดออกร่วมด้วย ริดสีดวงทวารภายใน โรคริดสีดวงชนิดนี้จะเกิดขึ้นอยู่ภายในทวารหนักตามชื่อเลย ซึ่งโดยปกติเราจะมองไม่เห็น แต่การเกิดริดสีดวงแบบภายในนั้น จะทำให้บริเวณที่เป็นเกิดการรัดหรือระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อเบ่งอุจจาระ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการเลือดออกระหว่างที่ลำไส้ทำงาน บางคนจะมีเลือดออกสีแดงสดในระหว่างถ่ายท้อง นอกจากนี้ในบางกรณีอาจจะเกิดติ่งริดสีดวงทวารโผล่ยื่นออกมาด้วย หากใครเป็นแบบนี้อาจจะรู้สึกปวดและระคายเคืองมากยิ่งขึ้น สาเหตุและตัวการที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวง หลักๆ แล้วการเป็นริดสีดวงเกิดจากอาการบวมของเส้นเลือดบริเวณทวารหนัก ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากความดันในหลอดเลือดเล็กที่เพิ่มขึ้น พอสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เส้นเลือดเหล่านี้บวมและอักเสบ ซึ่งถือเป็นต้นเหตุตัวการที่ก่อให้เกิดเส้นเลือดขอด บริเวณทวารหนัก โดยมักจะมีสาเหตุดังนี้คือ ทานอาหารที่มีกากใยน้อย หลายคนท้องผูกเป็นเวลานานทำให้อุจจาระลำบาก เวลาถ่ายจึงเกิดการเคลื่อนไหวของลำไส้และความดันภายในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลายเป็นโรคริดสีดวงในท้ายที่สุด การนั่งบนโถส้วมเป็นเวลานาน การนั่งนานจะไปเพิ่มความดันภายในหลอดเลือด ซึ่งทำให้เป็นโรคริดสีดวงทวารได้เช่นกัน การตั้งครรภ์ เวลาตั้งครรภ์มดลูกจะมีการขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความดันที่เส้นเลือดบริเวณทวารหนัก นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนกับการตั้งครรภ์อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณทวารหนักอ่อนแอลงด้วยเช่นกัน อายุที่มากขึ้น เมื่อคนเราแก่ตัวลงอาจจะมีความเสี่ยงของโรคริดสีดวงได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากเนื้อเยื่อที่รองรับหลอดเลือดดำในทวารหนักมักจะเกิดการอ่อนหรือยืดตัวได้มากกว่าปกติ วิธีการดูแลตัวเองจากโรคริดสีดวง จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยอันดับท็อประดับโลกอย่าง Harvard ได้แนะนำเคล็ดลับในการรักษาและดูแลตนเองอย่างเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ง่ายๆ จากที่บ้านดังนี้ ทานไฟเบอร์เพิ่มขึ้น การที่อุจจาระลำบากหรือติดขัด คือ ตัวการสำคัญของการเกิดโรคริดสีดวง ดังนั้นแนะนำให้เพิ่มไฟเบอร์ในอาหาร เช่น จากผักผลไม้หรืออาหารที่มีกากใยสูง โดยเฉลี่ยแล้วพยายามทานให้ได้ 20 ถึง 30 กรัมต่อวัน หากใครไม่ชอบทานผัก อาจจะลองทานอาหารเสริมที่มีข้าวสาลีเด็กซ์ตรินหรือเมธิลเซลลูโลสดูก็ได้ หาตัวช่วยการขับถ่ายและระบายท้อง ลองทานโยเกิร์ต แอปเปิ้ลไซเดอร์ น้ำมะนาว หรือมะขาม ก็อาจจะช่วยให้อุจจาระได้ดีขึ้นเช่นเดียวกัน อย่าอั้นอุจจาระ หากรู้สึกอยากขับถ่าย แนะนำให้รีบไปเข้าห้องน้ำทันที อย่ารอหรืออย่าอั้นไว้นาน เพราะจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้ ซึ่งสุดท้ายอาจจะทำให้เกิดอาการท้องผูก และทำให้โรคริดสีดวงแย่ลงกว่าเดิมได้อีกด้วย

9 เดือน ที่แล้ว ทำไมต้องใช้ ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง
ทำไมต้องใช้ ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง

ถ้าใครเคยผ่านการเป็นโรคริดสีดวงมาแล้วคงทราบกันดีว่าการเป็นริดสีดวงนั้นเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน แถมซ้ำร้ายบางคนยังเป็นๆ หายๆ คือ รักษาได้แล้วก็กลับมาเป็นอีกครั้ง จนอยากเลี่ยงการใช้ยาเคมีเพราะกลัวว่าจะเข้าไปสะสมในร่างกาย หลายคนจึงเริ่มพยายามมองหายาสมุนไพรรักษาริดสีดวงที่เป็นทางเลือกแทน เพราะประเทศไทยของเรามีพืชพันธุ์ดีๆ อยู่มากมายหลากหลายชนิด ผสมกับแนวคิดทางแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมานานนับร้อยปี ทำให้เรามียาสมุนไพรรักษาริดสีดวงหลากหลายสูตรที่ถูกถ่ายทอดจนถึงยุคปัจจุบัน อาการของริดสีดวงโดยทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วหากเป็นริดสีดวงในระยะแรกเริ่มผู้ป่วยหลายคนสามารถดูแลตัวเองได้ และหากทำอย่างถูกวิธีอาการของริดสีดวงก็จะดีขึ้นและหายได้ในที่สุด ซึ่งจากข้อมูลงานวิจัยต่างๆ มักจะพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการท้องผูกร่วมด้วย การขับถ่ายก็จะเป็นไปได้ยาก ทำให้ต้องใช้เวลานั่งนาน หลายคนก็มักจะถ่ายเป็นมูกเลือดสดๆ บางคนเป็นริดสีดวงภายนอกซึ่งมักจะมีติ่งยื่นออกมาทำให้เจ็บปวดได้ ซึ่งมาจากสาเหตุของการอักเสบของหลอดเลือดดำ โดยส่วนใหญ่คนที่เป็นริดสีดวงมักจะรู้สึกลำบากใจที่ต้องไปพบแพทย์ ดังนั้นหลายคนจึงลองใช้ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงที่หาซื้อได้ทั่วไป ซึ่งอาจจะช่วยทำให้อาการดีขึ้นบ้าง แต่ทั้งหมดนี้ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องพยายามปรับตัวในการใช้ชีวิตประจำวันให้ดีขึ้น โดยเปลี่ยนพฤติกรรมแย่ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น การรักษาริดสีดวงด้วยแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง ตามคัมภีร์โบราณหรือคัมภีร์หฤศโรคของวัดโพธิ์ได้จัดโรคริดสีดวงไว้ถึง 18 ลักษณะเลยทีเดียว ซึ่งในคัมภีร์โบราณได้ชี้แจงสาเหตุหลักเอาไว้ว่าโรคริดสีดวงนั้นเกิดจากการท้องผูกและมีอุจจาระแข็ง ทำให้บาดที่บริวาณทวารจนเกิดแผล มีอาการคันและเลือดออก รวมถึงมีเนื้อคล้ายเดือยยื่นออกมาทำให้เกิดความเจ็บปวด ซึ่งก็ค่อนข้างคล้ายกับการวินิจฉัยของการแพทย์แผนปัจจุบัน นอกจากนี้ในสูตรยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงตามตำราได้แนะนำสมุนไพรหลักและวิธีใช้ที่มีประสิทธิภาพและถูกนำมาใช้ต่อจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว เพชรสังฆาต ถือเป็นยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงที่คนทั่วไปนิยมเลือกใช้ จากวารสารวิชาการสาธารณสุข ปี 2554 ได้มีการวิจัยและทดสอบทางคลินิก (Double Blind Randomized Controlled Trial) และพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยริดสีดวงที่มีอาการเลือดออก และปวดทวาร อาการได้ทุเลาลง นอกจากนี้บริเวณที่เป็นหลอดเลือดขอดหรือติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาจากทวารหนักก็ยุบลงด้วยเช่นกัน ซึ่งผลสรุปพบว่าเพชรสังฆาตนั้นสามารถรักษาริดสีดวงได้ผลดีเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศอย่าง Cyclo 3 Fort เลยทีเดียว ว่านหางจระเข้ ถือเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ที่สำคัญแพทย์พื้นบ้านนิยมนำมาปรุงใช้เป็นยาทาและรับประทานเพื่อเยียวยาอาการต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม โดยในว่านหางจระเข้นั้นมีสารสกัดที่สำคัญหลายตัว เช่น แร่ธาตุและวิตามิน กรดอะมิโน กรดไขมัน และกรดซาลิไซลิก โดยจากงานวิจัยในวารสาร Journal of Medicine and Health Sciences พบว่าว่านหางจระเข้ถือเป็นยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นในเรื่องการรักษาบาดแผลและเยียวยาให้แผลแห้งไวขึ้น โดยว่านหางจระเข้จะช่วยซ่อมแซมและสร้างการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อเยื่อบุผิว (Re-epithelialization) และสร้างหลอดเลือดขึ้นมาใหม่ โดยพบว่าการนำว่านหางจระเข้มาใช้ทาบริเวณแผลริดสีดวงทำให้แผลแห้งไวขึ้นภายใน 2 อาทิตย์หลังจากเริ่มใช้ อัคคีทวาร ถึงชื่อจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าเพชรสังฆาตหรือว่านหางจระเข้ แต่ในตำรับยาแพทย์แผนไทยก็มีอัคคีทวารเป็นพืชและยาสมุนไพรรักษาริดสีดวงอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาปรุงเป็นตำรับยาสำหรับรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ โดยจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่พบว่าในอัคคีทวารมีสารสกัดเมทานอล ซึ่งช่วยในเรื่องของการต้านอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้จากฐานข้อมูลงานวิจัยของ NCBI สหรัฐอเมริการยังพบว่าอัคคีทวารต้านอาการปวด (Nociceptive Pains) และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความดันโลหิตสูง ลดอาการอุจจาระร่วง ได้อย่างดีอีกด้วย ถือว่าเป็นสมุนไพรอีกตัวที่ใช้ช่วยอาการริดสีดวงได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน

9 เดือน ที่แล้ว สมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงได้อย่างไร
สมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงโรคริดสีดวงทวาร แค่จะเอ่ยปากถามใคร ก็กระดากใจพอสมควรอยู่แล้ว เป็นเรื่องลับที่เวลาไปพบหมอหรือบอกใครเป็นลำบากใจทุกที ดังนั้นจึงมีหลายคนหันไปใช้สมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงสำหรับทางเลือกในการเยียวยาอาการปวดติ่ง ในทางแพทย์แผนไทยนั้นโรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ หากเราเอาใจใส่ เลือกใช้ยาสมุนไพรที่ถูกกับอาการและระดับของโรค รวมถึงอาจจะต้องเริ่มคิดใหม่ทำใหม่สำหรับการปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อสร้างความสมดุล เพราะร่างกายไม่ใช่เครื่องจักรที่จะโหมงานหนักได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ดูแล สมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงได้ผลดีขนาดไหนเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยมาตลอด จากงานวิจัยแพทย์แผนไทยพบว่า ตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงนั้นแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับพืชสมุนไพรและความเชื่อในท้องถิ่นนั้น ในปัจจุบันได้มีการพัฒนายาสมุนไพรให้สามารถใช้ในหลายรูปแบบเช่น แบบเหน็บ แบบอัดเม็ด แบบแคปซูล สำหรับคนที่เป็นโรคริดสีดวงอาจจะต้องศึกษาส่วนผสม ว่าสมุนไพรแก้ริดสีดวงชนิดไหนเหมาะกับอาการของโรคที่เป็นอยู่ และที่สำคัญต้องไม่ลืมที่จะทำความเข้าใจกับฉลากข้างกล่องยาก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ โดยคราวนี้จะนำข้อมูลงานวิจัยของวารสารแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาแนะนำ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำความเข้าใจเบื้องต้นกับสมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงและสูตรแพทย์แผนไทยพื้นบ้านที่ช่วยเยียวยารักษาอาการริดสีดวงได้โดยตรง องค์ความรู้ตำรับยาสมุนไพรริดสีดวงที่ใช้ได้ผล ริดสีดวงจำแนกตามแพทย์แผนไทย แบ่งริดสีดวงเป็น 2 ประเภทคือ ริดสีดวงภายในและภายนอก หน้าที่ของสมุนไพรแก้ริดสีดวง ในการแพทย์แผนไทยจะเน้นในการปรับปรุงระบบไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เพื่อช่วยให้ติ่งเนื้อค่อยๆ ยุบลงเพื่อบรรเทาปวด และลดการอักเสบลงได้ สูตรเพชรสังฆาต ในตำรับนี้จะเลือกใช้เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรหลักในการรักษา โดยทางแพทย์พื้นบ้านจะนำเพชรสังฆาตไปตากจนแห้ง แล้วจึงนำไปบดละเอียดเพื่อทำการผสมกับน้ำผึ้งอีกที ส่วนใหญ่จะปั้นเป็นลูกกลอนทำให้ทานได้ง่ายขึ้น สูตรกล้วยน้ำว้า ในแง่ของความสะดวกต้องบอกว่ากล้วยน้ำว้าเป็นทางเลือกที่ดีมากๆ เพราะหาได้ง่ายและปลูกขึ้นง่ายเช่นกัน ซึ่งวิธีแบบพื้นฐานจะเป็นการนำกล้วยน้ำว้ามาปรุงกับน้ำผึ้งให้เข้ากันแล้วรับประทาน โดยทางแพทย์พื้นบ้านแนะนำให้ทานติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ สูตรว่านหอมแดง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ว่านริดสีดวง ในสูตรนี้เป็นการใช้สมุนไพรตรงๆ เพียงต้มกับน้ำเปล่าแล้วดื่มได้เลย เช้าเย็นหลังอาหาร โดยแนะนำให้ดื่มติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ สูตรแก่นลั่นทม ชื่อนี้หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แก่นลั่นทมเป็นสมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงอีกตัวหนึ่งที่อยู่ในตำรับยาพื้นบ้าน โดยมีลักษณะเป็นดอกสีขาว ซึ่งในสูตรนี้จะใช้แก่นลั่นทม 3 ส่วน ผสมกับสมุนไพรเพชรสังฆาต 1 ส่วน ดอกบานไม่รู้โรยอีก 3 ส่วน โดยจะต้มรวมกันและนำมาดื่มก่อนหรือหลังอาหาร 3 มื้อ สรรพคุณของตำรับยาสมุนไพรแก้ริดสีดวง จะเน้นในเรื่องของการลดการอักเสบของหลอดเลือดดำ ในส่วนที่ทำให้เกิดติ่งงอกขึ้นมาจากอาการริดสีดวง นอกจากนี้ยังช่วยสมานแผลที่เกิดขึ้นในลำไส้ ลดอาการท้องอืด ไม่สบายท้อง ซึ่งตำรับยามักจะเน้นสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามท้องที่ ยาล้าง/ยาปิดปากหม้อ เป็นตำรับยาสมุนไพรแผนโบราณซึ่งจะเน้นในเรื่องการขับสารพิษและสิ่งตกค้างจากการรักษาออกมาจากร่างกายยาปิดปากหม้อ แล้วใช้เวลารักษาขนาดไหนถึงจะเห็นผล? ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าส่วนผสมทั้งหมดเป็นพืชและสมุนไพรที่ออกฤทธิ์รักษาและสร้างสมดุลแบบองค์รวม ดังนั้นระยะเวลาการรักษาจึงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายประการ แต่ทั้งนี้การใช้สมุนไพรพื้นบ้านรักษาริดสีดวงในเชิงแพทย์แผนไทยในระยะเริ่มต้น จะเป็นการรักษาแบบที่เรียกว่า “การลองยา” โดยใช้สูตรยาตำรับไทยรับประทานราวๆ 3-5 วัน หรือเทียบเท่ากับ 1 หม้อ ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ก็จะทำการรักษาแบบต่อเนื่องจนหายดี หรือหากผลลัพธ์ยังไม่ดีก็อาจจะมีการปรับสูตรยาตามสมควรได้เช่นกัน

9 เดือน ที่แล้ว ทำความรู้จักกับริดสีดวง อันตรายกว่าที่คุณคิด!
ทำความรู้จักกับริดสีดวง อันตรายกว่าที่คุณคิด!

โรคริดสีดวงสามารถสร้างความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้มากกว่าที่ใครหลายคนคิด เพราะนอกจากอาการเจ็บแสบและปวดบริเวณทวารหนักแล้ว สิ่งที่ต้องเจออีกอย่างคือ การสูญเสียความมั่นใจ เพราะการขยับตัวจะนั่งจะยืน แต่ละทีก็ส่งผลต่อติ่งเนื้อริดสีดวงนี้ได้เช่นกัน แถมบางทีต้องนั่งห้องน้ำนานๆ ทำให้ไปไหนมาไหนลำบาก ยิ่งวันไหนเจอรถติดหนักๆ การนั่งรถหรือขับรถนานๆ ก็ยิ่งทำให้แผลริดสีดวงเกิดอาการระบม ฟังดูเรื่องเหล่านี้เหมือนเป็นปัญหาเบื้องต้นที่คนเป็นริดสีดวงคุ้นเคยกันดี แต่ถ้าหากมองให้ลึกลงไปเชื่อว่าคนเป็นริดสีดวงหลายคน ก็ยังสงสัยว่าการเป็นริดสีดวงนั้นมีอันตรายขนาดไหน จะลุกลามจนเป็นโรคร้ายหรือไม่ ดังนั้นลองมาดูคำตอบคลายข้อสงสัยเหล่านั้นกันเลย จากข้อมูลซึ่งเป็นผลจากการวิจัยเชิงสถิติของ American Society Colon & Rectal Surgeons ของสหรัฐอเมริกาได้นำเสนอข้อมูลของโรคริดสีดวงไว้ดังนี้ ⚈ โรคริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดและเกิดขึ้นได้กับทุกคน ⚈ หากเป็นริดสีดวงที่มีติ่งภายนอก และหากมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดอย่างมาก สามารถสร้างความเจ็บปวดได้รุนแรงอย่างกะทันหันและแย่ลงในช่วง 48 ชั่วโมงแรก ⚈ ผู้ป่วยริดสีดวงส่วนใหญ่จะทนทุกข์ทรมานพอควรกว่าจะตัดสินใจเข้ารับการรักษาโรคริดสีดวงอย่างจริงจัง ⚈ ปัจจุบันด้วยวิทยาการทางการแพทย์ทำให้สามารถรักษาโรคริดสีดวงได้ด้วยวิธีที่เจ็บปวดน้อยกว่าเดิม โรคริดสีดวงเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หรือไม่? ปกติแล้วโรคริดสีดวงมักจะหายได้อย่างรวดเร็ว และหลายคนมักหายได้เอง โดยไม่ต้องไปหาหมอด้วยซ้ำ แต่ในบางเคสสำหรับผู้ป่วยริดสีดวงที่มีปัญหาและความซับซ้อนมากกว่าปกติ ก็อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้แบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว โดยในกรณีที่ผู้ป่วยมีริดสีดวงทวารภายใน สามารถเกิดอาการแย่ลงได้ถ้าหากคนไข้พยายามจะดันติ่งเนื้อเข้าไปในทวารหนัก ซึ่งอาการที่ว่านี้อาจจะทำให้เลือดออกเป็นจำนวนมาก บางคนอาจจะพบว่าปลายลำไส้ห้อยออกมาอยู่ที่บริเวณทวารหนัก จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชายถึง 6 เท่า ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง โดยภาวะต่างๆ และอาการแทรกซ้อนและโรคข้างเคียงสามารถจำแนกได้ดังนี้ ริดสีดวงทวารที่บีบรัด เนื่องจากเลือดที่ไปเลี้ยงริดสีดวงถูกตัดออก อาจทำให้เกิดการบีบรัดบริเวณทวาร ซึ่งส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก โรคโลหิตจาง จากการที่สูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่เป็นริดสีดวงเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง โดยสิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอในการไหลเวียนของร่างกาย ลิ่มเลือด เมื่อเลือดจับตัวเป็นก้อนในทวารหนัก จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวด รวมถึงบวมและอักเสบได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยควรทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นริดสีดวง เพื่อจะได้ลดโอกาสในการเกิดโรคริดสีดวงซ้ำสอง โดยตามหลักทางการแพทย์พบว่ามีปัจจัยหลายอย่างทำให้เกิดเป็นริดสีดวง ได้แก่ : ⚈ อายุที่เพิ่มมากขึ้นและความแก่ชรา ⚈ ท้องผูกหรือท้องร่วงเรื้อรังเป็นเวลานาน ⚈ การมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป ⚈ การตั้งครรภ์ ⚈ มีคนในครอบครัวเป็นริดสีดวง หรือเป็นกรรมพันธุ์ ⚈ ปัญหาด้านการเคลื่อนไหวของลำไส้ ⚈ การทำงานของลำไส้ผิดปกติเนื่องจากการใช้ยาระบายหรือยาระบายมากเกินไป ⚈ การใช้เวลานั่งอุจจาระนานในห้องน้ำ โรคริดสีดวงดูเหมือนจะร้ายแรง เพราะหลายคนมักจะเจอกับอาการเลือดไหล แต่โดยทั่วไปเลือดจะหยุดไหลได้เร็วมาก ในบางกรณีจะมีเลือดออกมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพราะลิ่มเลือดอุดตัน แต่ถึงอย่างนั้นอาการก็จะดีขึ้นในไม่ช้า ถึงแม้ภาพรวมของโรคริดสีดวงนั้นสร้างความเจ็บปวดและทรมานให้แก่ผู้ป่วยอย่างมากก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต และที่สำคัญเป็นโรคที่รักษาได้ นอกจากนี้หากผู้ป่วยรู้สึกแย่ลง หรือมีอาการที่เลือดออกทางทวารหนักไม่หยุด แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจสอบจะดีที่สุด

9 เดือน ที่แล้ว ถาม-ตอบ สมุนไพรแก้ริดสีดวงได้จริงหรือ
ถาม-ตอบ สมุนไพรแก้ริดสีดวงได้จริงหรือ

รักษาริดสีดวงด้วยตัวเองได้หรือไม่? และสมุนไพรแก้ริดสีดวงได้ผลไหม? เริ่มต้นอย่างง่ายๆ กับสมุนไพรแก้ริดสีดวงของไทยซึ่งมีมากมายหลายชนิด อาทิเช่น เพชรสังฆาต กล้วยน้ำว้า อัคคีทวาร ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ถ้าหากเป็นริดสีดวงในระยะแรกและอาการไม่รุนแรงมาก หลายคนก็สามารถดูแลและเยียวยาตัวเองที่บ้านได้ โดยข้อมูลทางการแพทย์จาก Mayo Clinic ได้แนะนำเอาไว้หลายวิธี เช่น - ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่มีกากใยและไฟเบอร์สูงขึ้น เพราะจะช่วยทำให้อุจจาระนิ่มลงและขับถ่ายง่ายขึ้น - แช่ในอ่างน้ำอุ่น โดยแช่ทวารหนักด้วยน้ำอุ่นเป็นเวลา 10 ถึง 15 นาทีวันละ 2- 3 ครั้ง ต้องทานสมุนไพรแก้ริดสีดวงนานขนาดไหนถึงจะเห็นผล? ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะและอาการของโรคริดสีดวงที่เป็น บางคนเพียงเริ่มต้น 3-5 วันก็สามารถมีอาการกระเตื้องขึ้นได้ แต่ในบางคนอาจจะต้องทานยาต่อไปเรื่อยๆ อย่างน้อย 3 สัปดาห์ถึงจะเห็นผลก็มี ดังนั้นแนะนำให้ปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับการประเมินอาการก่อนที่จะลองซื้อสมุนไพรแก้ริดสีดวงมาทานเอง โรคริดสีดวงทำให้เป็นมะเร็งได้ไหม? จากงานวิจัยหลายๆ แห่งยังไม่พบข้อมูลชัดเจนในเรื่องนี้ แต่จากแหล่งข้อมูลสำคัญอย่าง Cancer Organization ชี้แจงเอาไว้อย่างน่าสนใจว่าโรคริดสีดวงทวารเป็นสาเหตุของการมีเลือดออกทางทวารหนัก ซึ่งอาการในส่วนนี้คล้ายคลึงกับอาการเริ่มต้นของการเป็นมะเร็งทวารหนัก โดยระยะแรกจะเริ่มมีอาการเจ็บปวด เส้นเลือดบวมและอาจจะมีเลือดออก จนหลายคนอาจจะตกใจได้ หลายครั้งผู้ป่วยคิดว่าเป็นแค่ริดสีดวงไม่ใช่มะเร็ง จึงซื้อสมุนไพรแก้ริดสีดวงมาทานเอง ซึ่งทำให้รักษาไม่หายเสียดี กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ลุกลามไปไกลจนเป็นอันตราย ดังนั้นการไปพบแพทย์จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทานสมุนไพรแก้ริดสีดวงตัวไหนดีถึงจะเห็นผล จริงๆ ต้องบอกว่าสมุนไพรแก้ริดสีดวงนั้นมีหลายสูตร มีหลายขนาน สมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาใช้ปรุงและใช้ทำก็มักจะต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้วตัวที่นิยมใช้และมีผลงานวิจัยที่น่าสนใจก็คือ สมุนไพรอย่างเพชรสังฆาต โดยข้อมูลจากโรงพยาบาลสุรินทร์พบว่า เพชรสังฆาตช่วยบรรเทาอาการท้องผูก และใช้ได้ดีพอๆ กับยาแผนปัจจุบัน คือ ช่วยลดอาการเลือดออก ลดอาการปวด และช่วยลดอาการหลอดเลือดขอดที่ยื่นออกมา ทานผักผลไม้และอาหารที่มีประโยชน์ ยังจะเสี่ยงเป็นริดสีดวงอยู่ไหม? ข้อมูลจาก National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK) พบว่าทุกคนมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงกันได้ทั้งนั้น แต่คนที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ จะมีโอกาสเป็นริดสีดวงมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้อยากให้ลองสังเกตตัวเองว่า ช่วงไหนที่เริ่มเครียดจัด มีปัญหาด้านการขับถ่าย และขับถ่ายไม่เป็นเวลา ถึงแม้จะทานอาหารดีขนาดไหน ก็ยังมีสิทธิ์เกิดอาการลำไส้แปรปรวน และส่งผลให้เกิดริดสีดวงได้เช่นกัน ซึ่งจริงๆ หากอาการไม่รุนแรงมากนัก ก็สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้จากการ ทานอาหารที่ดีมีกากใยไฟเบอร์สูง และดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพออยู่เสมอ รวมถึงอาจจะลองใช้สมุนไพรแก้ริดสีดวงของไทยก็อาจจะช่วยได้บ้าง สมุนไพรรักษาริดสีดวงปลอดภัยไหม ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดลแนะนำไว้อย่างน่าสนใจว่า การใช้สมุนไพรชนิดไหนก็ตาม ซึ่งรวมไปถึงสมุนไพรแก้ริดสีดวงด้วยนั้นผู้ใช้ควรระมัดระวังและใส่ใจทำความเข้าใจยาที่นำมาใช้ก่อนเสมอ โดยเน้นหลัก 5 ถูก คือ ถูกต้น (ถูกชนิด/ถูกชื่อ) ถูกส่วน (เลือกใช้ให้ถูกส่วนเช่น ราก ใบ) ถูกขนาด ถูกวิธี และถูกโรค ดังนั้นหากส่วนไหนไม่มั่นใจแนะนำให้ปรึกษาแพทย์แผนไทยเสมอ เป็นริดสีดวงต้องผ่าตัดไหม? ส่วนใหญ่แล้วขึ้นอยู่กับอาการและลักษณะของริดสีดวง โดยถ้าหากใครกำลังเจอกับปัญหาภาวะแทรกซ้อนคือ การเกิดลิ่มเลือดภายในหลอดเลือดหรือมีติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาแล้วมีอาการเจ็บปวด แม้ว่าลิ่มเลือดเหล่านี้มักจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงและส่งผลให้การดำเนินชีวิตประจำวันติดขัด ก็สามารถเลือกวิธีการรักษาได้หลายแบบ โดยการผ่าตัดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เช่น การผ่าตัดแบบใช้ยาชา นอกจากนี้สามารถใช้การบำบัดผ่านการฉายแสงได้เช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดีที่สุด

9 เดือน ที่แล้ว สมุนไพรไทย ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
สมุนไพรไทย ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่หลากหลาย โดยเฉพาะพืชสมุนไพรไทยนั้น มีอยู่แทบทุกท้องที่ทุกภูมิภาคในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ หันไปทางไหนแม้แต่รั้วบ้าน เราก็มักจะเจอผักหรือพืชสมุนไพรไทยที่คุณตาคุณยายถ่ายทอดให้นำมาใช้กินและประยุกต์ใช้ในการรักษาในแบบแผนของตำรับไทยโบราณกันอย่างมากมาย หลายบ้านแทบไม่ต้องไปซื้อหากันเลยทีเดียว เพราะขึ้นเองตามธรรมชาติเต็มไปหมด ถึงแม้ปัจจุบันการปลูกพืชผักสมุนไพรจะมีน้อยลง แต่ก็มีการแปลรูปสมุนไพรไทยมาเป็นยาตามตำรับแพทย์แผนไทยที่หาซื้อได้ง่าย แถมยังรักษาโรคได้หลากหลายอีกด้วย แต่ด้วยความที่พวกเราสามารถหาซื้อหรือปลูกพืชสมุนไพรไทยได้อย่างง่ายและสะดวกนี่เอง ทำให้บางทีการหยิบพืชสมุนไพรไทยเหล่านั้นมาใช้ในการรักษานั้นเรามักลืมคำนึงถึงความปลอดภัยไป ด้วยความที่เรามักจะคิดว่าพืชไม่ควรจะมีอันตรายต่อร่างกายของเราแต่อย่างใด หากใครกำลังคิดแบบนั้นอยู่ ต้องบอกเลยว่ารีบเปลี่ยนความคิดด่วน เพราะต้องไม่ลืมว่าในประโยชน์บางทีก็มีโทษแฝงได้เช่นกันหากเราเลือกใช้ไม่ถูกต้อง ดังนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเราทุกคนควรศึกษาและเข้าใจก่อนเริ่มใช้สมุนไพรไทย เข้าใจวิธีการใช้สมุนไพรไทยอย่างปลอดภัย ด้วยความหลากหลายของพืชสมุนไพรไทย หลายครั้งเราฟังมามาก จนไม่มั่นใจกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการใช้งาน ดังนั้นอันดับแรกเราต้องเข้าใจวิธีการใช้สมุนไพรก่อนเลย โดยเบื้องต้นแนะนำให้ค้นหาข้อมูล ศึกษาด้วยตนเองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จากทางอินเตอร์เน็ตหรือจะโทรไปสอบถามก็ได้เช่นกัน อาทิเช่น กระทรวงสาธารณะสุข องค์กรอาหารและยา สำนักงานข้อมูลสมุนไพร มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงหน่วยงานภาครัฐอย่างโรงพยาบาลและอนามัยก็ช่วยให้คำตอบได้ ดังนั้นหากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรไทยในการรักษาโรคแนะนำให้ทำแบบนี้เป็นอันดับแรก ยาสมุนไพรที่เลือกใช้ได้รับอนุมัติทะเบียนตำรับยาหรือไม่ ข้อนี้สำคัญมาก หลายคนอาจจะคิดว่าการจะหาซื้อสมุนไพรไทยสำเร็จรูปนั้นหาง่ายยิ่งกว่าหาข้อมูลเสียอีก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าสมุนไพรที่ขายกันทั่วไปหลายเจ้านั้นไม่มีอย. และไม่มีทะเบียนตำรับยาอีกด้วย ดังนั้นการทานแบบสุ่มสี่สุ่มห้าจึงมีความเสี่ยงเป็นอย่างมาก เบื้องต้นได้แบ่งยาสมุนไพรเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม ก. ยาแผนไทยหรือแผนโบราณ ซึ่งเป็นยาที่ใช้องค์ความรู้แพทย์แผนไทยและมีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยไว้อย่างชัดเจน เช่น ผลข้างเคียง รวมไปถึงขนาดรับประทานและข้อบ่งชี้ด้านต่างๆ ของตัวยา กลุ่ม ข. ยาที่พัฒนาจากสมุนไพร ส่วนใหญ่จะเป็นยาสมุนไพรแผนปัจจุบัน โดยมีข้อมูลความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดต่างๆ สรรพคุณ มาตรฐานวัตถุดิบ สูตรยา เลือกใช้ให้ถูกส่วน ในกรณีที่ปลูกสมุนไพรไว้ใช้เองหรือมีสมุนไพรขึ้นอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว และอยากนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อให้สิ้นเปลืองก็ทำได้ แต่ถ้าหากคุณไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรก็ต้องระมัดระวังให้มากหน่อย เพราะการเลือกใช้ส่วนต่างๆ อย่างเช่น ใบ ลำต้น ราก ของสมุนไพรไทยไม่ถูกต้อง ผลการรักษาอาจจะตรงกันข้าม ซ้ำร้ายมีพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดและหลายส่วนที่อันตรายและต้องห้าม อาทิเห็ดป่าต่างๆ ที่อาจจะมีพิษ เห็ดระโงกหิน หรือ เห็ดไข่ตาก ที่มีหน้าตาคล้ายกับเห็ดที่ใช้รับประทานและใช้เป็นสมุนไพร แต่มีอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว เลือกใช้ให้เหมาะกับโรค ถึงแม้สมุนไพรไทยนั้นมีคุณประโยชน์ในการรักษาร่างกายแบบธรรมชาติ แต่ก็มีสมุนไพรบางชนิดที่มีทั้งประโยชน์และโทษในตัวเดียวกัน ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจของกลุ่มอาการโรคเป้าหมายเสียก่อน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง โดยตัวอย่างง่ายๆ ที่เรามักจะพบเจอเช่น กระเทียม ซึ่งช่วยลดไขมันในเลือด แต่ก็มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เลือดออกง่าย ขิง สมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับลมและกระตุ้นลำไส้ แต่ทานมากเกินไปก็ทำให้เกิดอาการร้อนใน และเสี่ยงให้เกิดการแท้งบุตรในผู้หญิงตั้งครรภ์อีกด้วย ดังนั้นทั้งความรู้และทัศนคติต่อการใช้สมุนไพรไทยจึงถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถึงแม้จะเป็นพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ถ้าหากเรานำมาใช้ไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิ์ให้โทษและอาจจะเป็นอันตรายได้เช่นกัน

9 เดือน ที่แล้ว 5 สมุนไพรริดสีดวง แก้ตรงจุด หายขาด ไม่กลับมาเป็นซ้ำ
5 สมุนไพรริดสีดวง แก้ตรงจุด หายขาด ไม่กลับมาเป็นซ้ำ

จะขยับตัวไปทางไหนก็ปวดติ่ง เพราะเจ้าติ่งที่ว่านั้นก็คือ ริดสีดวงนั่นเอง หลายคนทานยาหมอแผนปัจจุบัน และลองสมุนไพรริดสีดวงหลากหลายชนิด ลองหลายอย่างแล้วก็ยังไม่หาย บอกได้เลยว่าสุดแสนจะทรมาน ใครไม่เป็นก็ไม่รู้หรอกว่าอาการและผลข้างเคียงจากริดสีดวงนั้นทำให้ทั้งเจ็บปวดและอับอายได้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าโรคริดสีดวงนั้นไม่ได้เป็นโรคใหม่แต่อย่างใด แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตในยุคเร่งรีบ รวมไปถึงความเครียด อาหาร การนอนหลับของเราในปัจจุบันนั้นส่งผลทำให้ร่างกายเกิดอาการเกเร จึงเป็นเหตุให้หลายคนประสบปัญหาในการขับถ่าย จนเกิดโรคริดสีดวงแบบแก้ไขไม่ได้ซักทีนั่นเอง รู้หรือไมว่า “โรคริดสีดวง” เป็นโรคที่มีการใช้ตำรับยาในสูตรสมุนไพรไทยมากที่สุด ดังนั้นแน่นอนเลยว่าต้องมีสมุนไพรสารพัดชนิดออกมาให้คนเป็นริดสีดวงได้ลองใช้ดู แต่ถ้าอยากรักษาอย่างเห็นผลแบบเลิกลองผิดลองถูก แนะนำว่าผู้ป่วยโรคริดสีดวงควรเริ่มสำรวจชีวิตประจำวันของตัวเองก่อนเลย เพราะการปรับพฤติกรรม และหันมาดูแลเอาใจใส่ร่างกายของตนเองเป็นวิธีนี้ทำได้ง่าย และจะปรับสมดุลร่างกายทั้งหมดให้ดียิ่งขึ้น จากนั้นก็ลองมองหาทางเลือกในการรักษา เช่น การใช้พืชสมุนไพรริดสีดวงที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด สมานแผลบริเวณริดสีดวงแบบเห็นผล ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำสมุนไพรริดสีดวงแบบทางเลือก โดยจะเน้นพืชสมุนไพรที่มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รับรอง ทำให้ไม่ต้องมาเสียเวลาตามหายาที่ใช้ได้ผลหรือเจ็บตัว แถมเสียเงินเปล่าๆ อีกต่อไป จากข้อมูลงานวิจัยที่ลงในวารสาร Thai Pharmaceutical and Health Science Journal และวารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกพบว่าสมุนไพรริดสีดวงนั้นมีส่วนช่วยในการรักษาอาการริดสีดวงได้อย่างดีทีเดียว โดยหลายสูตรจะเป็นสูตรหมอชาวบ้านหรือสูตรท้องถิ่น ซึ่งส่วนประกอบหลักๆ ที่น่าสนใจจะมีอยู่หลายชนิดดังนี้ เพชรสังฆาต เป็นพืชสมุนไพรที่มีลักษณะเป็นต้นเถาอ่อน มีสีเขียว แถมยังรักษาได้หลากหลายโรคอีกด้วย ที่สำคัญจัดว่าเป็นสมุนไพรริดสีดวงยอดนิยมเลยก็ว่าได้ เพราะมักจะถูกนำมาใช้เป็นตัวยาหลัก ที่สำคัญจากงานวิจัยพบว่าเพชรสังฆาตสามารถเยียวยาหลอดเลือดดำที่บวมอักเสบจากริดสีดวงได้เป็นอย่างดี มีการวิจัยทั้งในไทยและในต่างประเทศ โดยจากฐานข้อมูลของ Pubmed สหรัฐอเมริกา พบว่าเพชรสังฆาตนั้นมีคุณสมบัติในการเยียวยารักษาริดสีดวงได้ดีพอๆ กับยาแผนปัจจุบันอีกด้วย และสามารถใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตทดแทนยาดาฟลอน (Daflon) ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันได้เลยทีเดียว อัคคีทวาร ถึงชื่อจะไม่คุ้นหู แต่บอกได้เลยว่าอัคคีทวารถือเป็นพืชสมุนไพรไทยอีกตัวที่นิยมนำมาใช้เป็นสมุนไพรริดสีดวง เพราะมีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย แถมช่วยในการบีบตัวของลำไส้ ทำให้คนที่มักท้องผูกเป็นประจำขับถ่ายได้สะดวกมากขึ้น โดยจากการศึกษาวิจัยในเขตพื้นที่ตำบลสะลวง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าใบ ราก และต้นของอัคคีทวาร สามารถนำมาปรุงหรือมาทาแก้ริดสีดวงได้อีกด้วย ขลู่ พืชสมุนไพรชื่อสั้นๆ แต่สรรพคุณแสนจะยาวเหยียด ถึงแม้หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่จากข้อมูลวิจัยของ กลุ่มวิชาเภสัชเคมีและเทคโนโลยีเภสัชกรรมพบว่าขูล่นั้นช่วยในเรื่องการขับปัสสาวะ ช่วยลดไข้ และนำส่วนของใบขลู่มาคั้นเป็นน้ำเพื่อนำมาใช้รักษาริดสีดวง ที่สำคัญสามารถช่วยปรับสมดุลให้แก่ร่างกายได้อย่างดีอีกด้วย โกฐน้ำเต้า ถือเป็นสุดยอดสมุนไพรอีกตัวที่ถูกนำมาบรรจุในตำราแพทย์แผนไทยโบราณ เพราะมีสรรพคุณหลากหลายที่สำคัญและสามารถนำมาใช้เป็นสมุนไพรริดสีดวงได้เป็นอย่างดี โดยพบว่าโกฐน้ำเต้านั้นมีส่วนช่วยขับลมในลำไส้ ระบายท้องได้เป็นอย่างดี เมื่อระบายได้ดีก็สามารถลดไข้และบรรเทาอาการปวดริดสีดวงได้ เพราะการขับถ่ายเป็นการระบายความร้อน ทำให้สบายตัวมากขึ้น พริกไทย ดูเป็นสมุนไพรธรรมดาที่เราพบเห็นได้อยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในมื้ออาหารแสนอร่อย แต่นอกจากจะช่วยปรุงรสชาติให้ดีขึ้นแล้ว พริกไทยยังมีส่วนช่วยในการรักษาริดสีดวงอีกด้วย โดยข้อมูลจากการวิจัยของคณะแพทย์แผนไทย ม.สงขลานครินทร์ พบว่าพริกไทยออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการอักเสบได้เป็นอย่างดีทีเดียว

11 เดือน ที่แล้ว ความเสี่ยง ถ้าไม่รักษาโรคริดสีดวงทวาร
ความเสี่ยง ถ้าไม่รักษาโรคริดสีดวงทวาร

ทรมานจากการปวดติ่งอย่านิ่งนอนใจ ปล่อยเรื้อรังไป อาจเป็นมะเร็งจากริดสีดวง ความเสี่ยง ถ้าไม่รักษา โรคริดสีดวง ถึงแม้ทางการแพทย์และงานวิจัยจะพบว่าโรคริดสีดวง และโรคมะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆ นั้นยังไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนมากนัก แต่จากข้อมูลการศึกษาหลายฉบับก็พบเจอว่า ผู้ที่เป็นมะเร็งในลำไส้บางคนนั้น เคยเป็นริดสีดวงมาก่อน แต่ไม่สามารถตรวจพบตั้งแต่ทีแรก ดังนั้นพอมาเจออีกทีก็สายเสียแล้ว ยิ่งสาเหตุและจุดเชื่อมโยงของทั้ง 2 โรคนั้น คล้ายคลึงจนน่าตกใจ ดังนั้นจะดีกว่าไหม ถ้าหากพวกเราดูแลตัวเองให้หายจากโรคที่ใครๆ ก็เป็นอย่าง “ริดสีดวง” ก่อนที่ร่างกายจะรวนและแย่ลงจนเซลล์ในร่างกายอาจจะเสี่ยงแปรเปลี่ยนไปเป็น โรคร้ายที่หาทางรักษาไม่ได้ รวมกันเป็นใน 1 แคปซูล ที่คิดค้น โดยแพทย์แผนไทยที่มีความเชี่ยวชาญ และมีความรู้ความเข้าใจทางด้านสมุนไพรโดยเฉพาะ เป็นการผลิตยาที่ดีจากสมุนไพร โดย กองควบคุมอาหารและยา จากกระทรวงสาธารณะสุข และผ่านการตรวจสอบตามหลัก GMP

11 เดือน ที่แล้ว วิธีดูแลตัวเองป้องกันการเกิดริดสีดวงแบบง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้
วิธีดูแลตัวเองป้องกันการเกิดริดสีดวงแบบง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

ลองบรรเทาอาการปวดเอง หากยังเป็นริดสีดวงในระยะเริ่มต้น เราสามารถดูแลตัวเองได้ โดยแช่ในน้ำอุ่นอย่างน้อย 10 นาทีทุกวัน เพราะวิธีนี้จะสามารถลดอาการปวดได้ในระดับหนึ่ง แต่หากใครไม่มีอ่างน้ำ อาจจะประยุกต์ใช้ขวดน้ำแทนได้ โดยนำน้ำอุ่นใส่ขวดน้ำ แล้วก็นั่งบนขวดน้ำอุ่นเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับการลดอาการปวดสำหรับคนที่เป็นโรคริดสีดวงทวารภายนอกได้ แต่ถ้าปวดมากสามารถใช้ยาเหน็บยาทาหรือครีมที่ขายตามร้านขายยาเพื่อบรรเทาอาการแสบร้อนและคัน แต่แนะนำว่าให้ปรึกษาเภสัชกรเสมอก่อนเลือกใช้ยา เน้นทานอาหารที่เสริมไฟเบอร์ให้ร่างกาย วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมาก เพราะเป็นการเริ่มต้นแบบพื้นฐานทางด้านอาหารเลย การทานอาหารที่มีเส้นใยสูงอย่างผักและผลไม้ จะช่วยสร้างกากใยและไฟเบอร์ และทำให้เราขับถ่ายได้สะดวก โดยผักใบเขียวหลากหลายชนิดมักมีปริมาณไฟเบอร์สูงอยู่แล้ว ส่วนผลไม้อย่างกล้วย แอปเปิ้ล มะละกอ ที่เราหาทานได้ทั่วไปก็เหมาะกับการเสริมไฟเบอร์ด้วยเช่นกัน การทานไฟเบอร์จะเป็นวิธีที่ทำให้ระบายท้องได้แบบธรรมชาติ ดังนั้นหากเราหมั่นทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูงเป็นประจำทุกๆ วัน โอกาสในการเกิดอาการท้องผูกและนั่งนานก็จะดีขึ้น แต่ถ้าหากคนที่ทานผักผลไม้ไม่ได้เอาซะเลย จริงๆ อาจจะต้องใช้ตัวช่วยอย่างอาหารเสริมแบบไฟเบอร์ด้วยเหมือนกัน วิธีนี้ก็พอจะทดแทนกันได้ เพราะทำให้อุจจาระนิ่มลงได้ และช่วยทำให้ขับถ่ายได้สะดวกมากขึ้น ออกกำลังกาย เป็นอีกวิธีที่ง่ายอย่างเหลือเชื่อ โดยทางการแพทย์ค้นพบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิคระดับปานกลางเช่น การเดินเร็ว เพียงวันละ 20–30 นาที ก็สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ เมื่อลำไส้เริ่มทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การถ่ายท้องก็เป็นไปอย่างง่ายดาย ทำให้ป้องกันอาการท้องผูกได้อย่างดีทีเดียว ห้ามอั้นอุจจาระ บอกไว้เลยว่าการอั้นอุจจาระส่งผลหลายอย่าง ดังนั้นเวลาปวดเมื่อไหร่ ให้ไห้องน้ำเพราะการอั้นบ่อยๆ จะมีผลจะทำให้การขับถ่ายเริ่มรวนได้ นอกจากนี้พยายามขับถ่ายให้เป็นประจำสม่ำเสมอจะดีที่สุด Reference: https://www.webmd.com/digestive-disorders/understanding-hemorrhoids-basics#1 https://www.healthline.com/health/hemorrhoids#treatment

11 เดือน ที่แล้ว ประเภทของริดสีดวง
ประเภทของริดสีดวง

เมื่อเราเข้าใจแล้วว่าริดสีดวงทวารเกิดจากอะไร ดังนั้นมาดูกันต่อเลยว่าริดสีดวงนั้นมีกี่ชนิด และอยู่ในระดับไหนกันบ้างแล้ว 1. ริดสีดวงทวารภายใน ริดสีดวงชนิดนี้เกิดขึ้นตามชื่อเลย เพราะจะเกิดขึ้นภายในทวารหนักส่วนล่าง สาเหตุคือ เกิดหลอดเลือดที่โป่งพองที่ภายใน แต่เนื่องจากส่วนนี้จะไม่โผล่ออกมาให้เห็น ไม่มีติ่งเราจึงไม่สามารถทราบได้แน่ชัด จะรู้ก็ต่อเมื่อไปหาหมอแล้วมีการส่องกล้องเท่านั้น โดยริดสีดวงภายในจะมี 4 ระยะด้วยกัน ระยะที่ 1 มีหัวริดสีดวง ยังไม่มีก้อนเนื้อยื่นออกมา เวลาถ่ายท้องอาจจะมีเลือดสดปนออกมา ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะเบ่งหรือถ่ายอุจจาระ และหดกลับเข้าไปหลังถ่ายเสร็จ ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะเบ่งหรือถ่ายอุจจาระ แต่ติ่งหรือหัวริดสีดวงจะไม่หดกลับเข้าไปเองหลังถ่ายเสร็จ จำเป็นต้องใช้มือดันช่วย ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาด้านนอก ดันกลับเข้าไปไม่ได้แล้ว เริ่มมีอาการปวดร่วมด้วย 2. ริดสีดวงทวารภายนอก ริดสีดวงชนิดนี้เกิดขึ้นภายนอกบริเวณผิวหนังหรือรอยย่นรอบทวารหนัก เราสามารถคลำเจอได้เอง ผู้ป่วยหลายคนมักมีอาการเจ็บปวดจากริดสีดวงชนิดนี้ แถมทำให้เกิดความกังวลและความเครียดมากอีกด้วย เพราะริดสีดวงภายนอกเป็นสิ่งที่ไม่สบายตัวเอาซะเลย เนื่องจากติ่งผิวหนังสัมผัสกับเสื้อผ้า บางทีก็สัมผัสน้ำและเหงื่อทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ไม่ว่าจะลุกจะนั่งหรือทำกิจกรรมอะไรก็ไม่สบายกายสบายใจซักเท่าไหร่

11 เดือน ที่แล้ว สาเหตุของโรคริดสีดวงทวารที่คุณต้องรู้ก่อนจะสายเกินแก้
สาเหตุของโรคริดสีดวงทวารที่คุณต้องรู้ก่อนจะสายเกินแก้

แท้จริงแล้วมีอยู่หลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร ดังนั้นเพื่อการป้องกันเราควรระมัดระวัง ดูแลสุขภาพตนเองให้ห่างไกลจากอาการเหล่านี้จะดีที่สุด มีอาการท้องผูกบ่อยๆ ไปจนถึงเรื้อรัง แบ่งแรงในขณะถ่ายหนัก อ้วนมากหรือน้ำหนักตัวมากเกินไป นั่งถ่ายหนักเป็นเวลานาน ชอบใช้ยาถ่ายยาระบายบ่อยมากเกินไป อายุที่มากขึ้นทำให้เกิดความเสื่อมของกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดโป่งพองได้ง่าย การตั้งครรภ์ทำให้น้ำหนักของครรภ์กดทับบนกลุ่มเนื้อเยื่อหลอดเลือด กรรมพันธุ์หรือมีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวาร

11 เดือน ที่แล้ว อาการแบบไหนเข้าข่ายริดสีดวง
อาการแบบไหนเข้าข่ายริดสีดวง

โรคริดสีดวง มักจะมาพร้อมกับอาการท้องผูกขับถ่ายลำบาก เริ่มขับถ่ายเป็นเลือด มีติ่งเนื้อออกมาจากทวารหนัก เป็นแผลทั้งในและด้านนอก สร้างปัญหากลุ้มใจให้กับเหล่าคนท้องไส้ไม่ค่อยดี แต่หลายคนสงสัยว่าอาการถึงขั้นไหนถึงจะเรียกว่าเป็นริดสีดวง ก่อนอื่นเลยให้สังเกตดูอาการเด่นๆ ตามนี้ เริ่มมีอาการคันมากๆ บริเวณรอบทวารหนัก ระคายเคืองและปวดรอบทวารหนัก มีอาการเจ็บปวดหรือบวมใกล้บริเวณทวารหนัก เกิดอาการถ่ายอุจจาระแบบผิดปกติ ท้องไส้แปรปรวน เริ่มรู้สึกปวดท้องบ่อยๆ จากลำไส้ที่เคลื่อนที่ผิดปกติ เริ่มมีอาการถ่ายเป็นเลือดออกในหลายๆ ครั้งเวลาที่ขับถ่าย ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นอาการเบื้องต้นที่เราทุกคนสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ซึ่งจากสาเหตุเหล่านี้จะทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดดำที่ทวารหนักปูด ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดปริแตกในขณะถ่ายทุกข์ เราจึงพบว่าหลายๆ ครั้งจะมีเลือดออกในขณะขับถ่ายบางคนอาจจะมีติ่งเนื้อออกมาด้วย ในขณะที่หลายคนสามารถเป็นริดสีดวงภายในแบบไม่มีติ่งได้เช่นกัน

สมุนไพรชัยพฤกษา
สมุนไพรชัยพฤกษา
สมุนไพรชัยพฤกษา
บริการจัดส่งทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ส่งไวภายใน 1 วัน ในเขตกรุงเทพ

สั่งซื้อ สมุนไพรรักษาอาการริดสีดวงทวาร ตรา ชัยพฤกษา

โปรโมชั่นพิเศษ

© 2021 GREAT HEALTH PRODUCTS CO., LTD.   |   ALL RIGHTS RESERVED.